
Feb 05, 2017 at 09:51 PM

Feb 05, 2017 at 09:51 PM

Feb 06, 2017 at 06:51 AM
การทำงานของสมอง และความจำของคนเราขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการรวมทั้งภาวะสมอง อารมณ์ และความคิด การที่ความสามารถในการทำงานและความจำลดลงหรือเปลี่ยนแปลงไป อาจเกิดความจากผิดปกติของอารมณ์ หรือความคิด โดยไม่จำเป็นต้องเกิดจากความผิดปกติของสมองเพียงอย่างเดียวอย่างที่เข้าใจกัน การทำงานของสมอง ความจำแย่ลงหรือเปลี่ยนแปลงไปเกิดได้จากสาเหตุหลายประการ ได้แก่
การใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยาแก้ปวดอย่างแรงบางชนิด
สารเสพติด รวมถึงแอลกอฮอล์ และบุหรี่ การใช้สารเหล่านี้เป็นเวลานาน ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองลดลง ทำให้ความจำแย่ลงได้
ภาวะอดนอนมาเป็นเวลานาน จนทำให้ร่างกายอ่อนล้า และส่งผลกระทบต่อความจำได้
ภาวะทางอารมณ์และจิตใจ เช่น อารมณ์ซึมเศร้า หรือภาวะเครียด และการเลี้ยงดูก็เป็นปัจจัยสำคัญในปัญหาพฤติกรรมในเด็ก
การขาดวิตามินบางอย่าง เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 12 อาจเป็นต้นเหตุของความจำที่แย่ลงได้
การถูกกระทบกระเทือนทางสมองอย่างแรง ก็อาจทำให้สับสน ความจำลดลงได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความจำมักดีขึ้น
สาเหตุอื่น เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (ฮอร์โมนไทรอยด์มากกว่าปกติ) การติดเชื้อบางชนิด เช่น ซิฟิสิส, HIV(เอดส์) เป็นด้น
โรคสมาธิสั้น มักไม่สามารถจดจ่อตั้งใจทำสิ่งใดให้สำเร็จ ขี้ลืม ไม่ใส่ใจคำสั่ง อยู่ไม่นิ่ง ไม่ชอบอยู่กับที่ ไม่อดทน หุนหันพลันแล่น อาจเริ่มมีอาการตั้งแต่ช่วงอายุ 3-6 ปี โดยอาการจะแสดงออกอย่างชัดเจนและวินิจฉัยได้ในช่วงอายุ 6-12 ปี แนะนำว่าควรจะไปพบแพทย์เพื่อประเมินความคิดความจำอย่างละเอียดต่อไป แพทย์จะซักถามอาการ พฤติกรรม และกิจวัตรประจำวันทั้งในปัจจุบัน และอดีตที่ผ่านมา สอบถามสภาวะทางจิตใจ เพื่อประเมินว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด อาจถามเกี่ยวกับโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ ยาที่ใช้เป็นประจำ หลังจากนั้นจะตรวจร่างกาย และทดสอบความจำ และความคิด หรืออาจตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุ เพื่อให้การวินิจฉัยที่แน่นอนต่อไปค่ะ