ถามแพทย์

  • หยุดฉีดยาคุมกำเนิดมา 4 เดือน ประจำเดือนไม่มา ตรวจแล้วไม่ท้อง มีอาการเจ็บหัวนม จะท้องไหม

  •  Hongsa Soracha
    สมาชิก
    สวัสดี​ค่ะ... คือฉีดยาคุมแบบ3เดือนเข็มมาตลอดตั้งแต่คลอดลูก​ ตอนนี้ก้อ7ปีกว่าแล้วค่ะ แต่เข็มสุดท้ายไม่ได้ฉีดตั้งแต่​วันที่​ 8​ พ.ค.​มีอะไรกับแฟนครั้งสุดท้ายวันที่8พอดีแฟนหลั่งในค่ะ​ ตลอดเวลาที่มีอะไรกันตอนที่ฉีดยาแฟนหลั่งในตลอด​ รวมตอนนี้เลิกฉีดยาคุมมาเกือบจะ4เดือนแล้วค่ะประจำ​เดือนยังไม่มาเลย​ ตอนนี้มีอาการ​เจ็บ​หัวนม​ค่ะ​เวลาใส่เสื้อในเวลาอาบน้ำหรือเวลาสัมผัส​จะมีอาการเจ็บ​แต่ถ้า​ไม่สัมผั​สจะไม่ค่อยรู้สึก​ค่ะ.. อยากทราบว่าแบบนี้จะมีโอกาสท้องไหมค่ะ... เพราะเป็น​คนน้ำหนักตัวเยอะ​ ​เพราะตรวจ​ครรภ์​มาทุกเดือนแต่ก้อไม่ขึ้น2ขีด​ อาการแบบนี้ปกติ​ไหมคะ​ แล้วแบบนี้มีโอกาส​ท้องไหมคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Hongsa Soracha,

                          ยาฉีดคุมกำเนิด หากฉีดตรงตามตามกำหนดนัด จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากกว่า 99% ค่ะ ส่วนการที่มีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่นัดฉีดยาเข็มต่อไป แต่ไม่ได้ไปฉีดนั้น โอกาสในการตั้งครรภ์ก็ยังมีน้อยกว่า 1% ค่ะ 

                          ส่วนหลังจากนั้น หากไม่ได้มีเพศสัมพันธ์อีก ก็จะไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น และหากได้ตรวจหาการตั้งครรภ์หลายครั้งแล้ว พบขึ้นเพียง 1 ขีด ก็แสดงว่าไม่ได้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นค่ะ ดังนั้น การที่ประจำเดือนยังไม่มา ก็น่าจะยังเป็นผลมาจากยาฉีดคุมกำเนิดได้ ซึ่งโดยปกติ เมื่อหยุดฉีดยาคุมไปแล้ว ประจำเดือนก็มักจะมาภายใน 4-10 เดือนค่ะ ดังนั้น ก็อาจต้องรอประจำเดือนต่อไปก่อน แต่หากจะมีเพศสัมพันธ์ ก็ต้องใช้ถุงยางอนามัยป้องกันไว้ค่ะ หรือหากจะยังไม่ต้องการตั้งครรภ์ไปอีกนาน ก็อาจกลับไปฉีดยาคุม หรือใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นๆ ต่อไปค่ะ 

                          นอกจากนี้แล้ว การที่มีน้ำหนักตัวมาก ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนขาดหายไปได้ด้วย ดังนั้น ควรค่อยๆ ลดน้ำหนักลงให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อป้องกันการเกิดโรคอื่นๆ ด้วยค่ะ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง กระดูกเสื่อม เป็นต้น

                           สำหรับอาการเจ็บหัวนม อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น อาจเข้าใกล้ที่ประจำเดือนมาก็ได้ หรือเกิดจากฮอร์โมนที่แปรปรวน หรือเกิดจากการมีความเครียด วิตกกังวล เป็นต้น ส่วนสาเหตุจากการอักเสบ ไม่น่าใช่ เพราะจะต้องมีอาการบวมแดงร่วมด้วย หากปวดไม่มาก แนะนำควรสังเกตอาการต่อไปก่อนค่ะ หากปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจค่ะ