สวัสดีค่ะ คุณ fishh,
โรคหอบหืด (Asthma) เป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุหลอดลม ร่วมกับภาวะผิดปกติของหลอดลมที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ มากกว่าปกติ (อาจเป็นสารก่อภูมิแพ้ หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆ) โดยเมื่อสัมผัสกับสิ่งกระตุ้น กล้ามเนื้อบริเวณหลอดลมจะเกิดการหดเกร็ง ผนังหลอดลมบวมหนาขึ้นและสร้างสารคัดหลั่งหรือเสมหะมากขึ้น ทำให้หลอดลมตีบแคบลง ซึ่งก็จะทำให้มีอาการหายใจลำบาก หายใจมีเสียงวี้ด อากาศเข้าสู่ปอดน้อยลง หายใจไม่อิ่ม มีอาการไอ เจ็บหน้าอก มีอาการเหนื่อยหอบ สมรรถภาพการทำงานของปอดลดลง
ทั้งนี้ อาการอาจเกิดขึ้นเป็นพักๆ แล้วหาย แต่บางรายเป็นอย่างต่อเนื่อง ก็ได้ สำหรับสิ่งกระตุ้น ที่อาจทำให้อาการกำเริบมากขึ้น เช่น
- สารก่อภูมิแพ้ เช่น สะเก็ดผิวหนังสัตว์ ไรฝุ่น แมลงสาบ สปอร์เชื้อรา เกสรดอกไม้
- สารเคมี ที่ใช้ในบ้านอาจกระตุ้นให้เกิดอาการมากขึ้น เช่น กลิ่นสี ยาฆ่าแมลง สเปรย์แต่งผม ควันบุหรี่
- การออกกำลังกาย บางคนเกิดอาการเมื่อต้องออกแรงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึง ออกกำลังกาย โดยเฉพาะในที่ที่มีอากาศเย็น
- อากาศที่เย็น รวมถึงการดื่มน้ำเย็น อาบน้ำเย็น ก็จะกระตุ้นให้อาการกำเริบขึ้นได้
- ภาวะทางอารมณ์ โดยเฉพาะความเครียด
- สารเคมีในอาหาร เช่น ในกลุ่มซัลไฟต์ (Sulfites) สารกันบูด เป็นต้น
- โรคกรดไหลย้อน ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นหอบหืด มีอาการบ่อยขึ้น และรุนแรงขึ้นได้
- การติดเชื้อทางเดินหายใจต่างๆ ทำให้อาการเป็นมากขึ้นได้
ดังนั้น การที่ดื่มนํ้าเย็นแล้วไอทุกครั้ง หรือเมื่อออกกําลังกาย จะรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าคนอื่นๆ ก็อาจมีโอกาสเป็นโรคหอบหืดได้ เพียงแต่ความรุนแรงอาจเล็กน้อย ซึ่งก็อาจไม่จำเป็นต้องทำอะไร เพียงแค่หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการ และไม่จำเป็นต้องใช้ยาพ่นค่ะ
แนะนำว่าเพื่อให้การวินิจฉัยที่แน่นอน ก็ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางอายุกรรมเพื่อตรวจประเมิน โดยหากอาการไม่ชัดเจน แพทย์ก็จะใช้วิธีตรวจสมรรถภาพของปอด ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น สไปโรเมทรีย์ (Spirometry), พีค โฟลว์ มิเตอร์ (Peak Flow Meter) เป็นต้น ซึ่งก็จะทำให้วินิจฉัยโรคหอบหืดได้ว่าเป็นหรือไม่ และเป็นระดับใดค่ะ