ก่อนหน้านี้ดิฉันทานยาคุมเนื่องจากมีประจำเดือนมาไม่ปกติ คุณหมอจึงให้ทานยาคุมเพื่อปรับฮอร์โมน ต่อมาช่วงเดือนเมษามีเรื่องโควิททำให้ต้องเลื่อนนัดคุณหมอ แล้วร้านขายยาแถวบ้านปิดจึงไม่ได้ทานยาคุม ในเดือนเมษาดิฉันก็มีเพศสัมพันธ์กับแฟนโดยการสวมถุงยางอนามัยเกือบทุกครั้ง มีแค่ครั้งสองครั้งที่ไม่ได้ใส่ในตอนแรก และไม่ได้ปล่อยใน แต่ก็ยังอยู่ในช่วง 7 วันหลังจากประจำเดือนมา ต่อมาช่วงปลายเดือนเมษาประจำเดือนมาช้าไป 3-4 วัน คือประจำเดือนควรมาวันที่ 30 เมษา ประจำเดือนก่อนหน้านั้นคือมาวันที่ 1 เมษาค่ะ แต่วันที่ 30 เมษายังไม่มา จึงซื้อที่ตรวจมาขึ้นแค่ขีดเดียว หลังจากนั้นวันที่ 6 (วันที่ 6 พ.ค.) มีเลือดออกมาแต่ไม่เยอะมาก แต่ก่อนหน้าน้ันมีอาการเหมือนคนใกล้จะมีประจำเดือนมา ทั้งเจ็บหน้าอก ปวดท้องหน่วงๆ ดิฉันจึงคิดว่าวันนั้นคือประจำเดือนมา จึงเริ่มทานยาคุมวันนั้นเป็นวันแรกค่ะ แล้วหลังจากนั้นก็มีเลือดออกเหมือนมีประจำเดือนมาประมาณ 5 วัน พอวันที่ 11 พ.ค.ดิฉันออกกำลังกายท่ากายบริหารปกติอยู่ดีๆ ก็หน้ามืดจะเป็นลม และมีอาการเวียนหัวจนอาเจียนออกมานิดหน่อย พอวันรุ่งขึ้นตื่นมามีอาการเหมือนบ้านหมุน ทรงตัวไม่ได้ ทำให้คลื่นไส้ ต้องนอนทั้งวัน พออีกวันมีอาการดีขึ้นมีแค่เวียนหัว คลื่นไส้ มีไข้เล็กน้อย หลังจากนั้นก็มีอาการปัจสาวะบ่อย และหิวบ่อยด้วยค่ะ แต่ซื้อที่ตรวจครรภ์มาผลก็ยังไม่ขึ้นสองขีดนะคะ แต่ก็แอบกังวลว่าจะท้องรึป่าว ขอถามคุณหมอดังนี้
1. การที่ดิฉันทานยาคุมโดยนับวันที่มีเลือดออกไม่ว่าจะมากหรือน้อยนั้นถูกแล้วหรือไม่คะ
2. การทานยาคุมจะทำให้การตรวจครรภ์ผิดพลาดได้หรือไม่คะ
3. อาการดังกล่าวมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์หรือไม่คะ
4. หากตั้งครรภ์การทานยาคุมจะมีผลกับเด็กรึป่าวคะ
ขอบพระคุณค่ะ

