ถามแพทย์

  • สวัสดีคุณหมอและทีมงาน pobpad ทุกคนนะคะ

  •  Kornkanok Suthead
    สมาชิก

    ดิฉันเป็นนักศึกษาปี 4 เรียนเกี่ยวกับ graphic design ค่ะ ตอนนี้กำลังทำศิลปนิพนธ์เพื่อจบการศึกษา โดยดิฉันเลือกทำสื่อ motion graphic ให้ความรู้ในหัวข้อ “พฤติกรรมการกินตามอารมณ์” ค่ะ

    ดิฉันหาข้อมูลมาบางส่วนแล้ว จึงอยากสอบถามเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากทางเพจในประเด็นตามข้างล่างนี้เลยค่ะ สามารถติดต่อดิฉันกลับทางบล็อคนี้หรือช่องทางไหนก็ได้ตามความสะดวกของทางทีมงานและคุณหมอเลยนะคะ เดี๋ยวจะให้ที่อยู่ติดต่อกลับค่ะ

    ประเด็นไหนทางเพจไม่สามารถให้ข้อมูลได้ไม่เป็นไรนะคะ ถ้าสามารถแนะนำบุคคลเชี่ยวชาญ, เพจ, เว็บไซต์ หรือหนังสือที่คิดว่าน่าจะมีข้อมูลพอจะแนะนำได้ก็จะขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ

    email : 60020299@kmitl.ac.th

    เบอร์โทรศัพท์ : 062-818-6512

    1. ทำไมอารมณ์ในเชิงลบ เช่น อกหัก เศร้า เสียใจ ถึงทำให้ความอยากอาหารของบางคนลดลง แล้วทำไมสำหรับบางคนถึงมีความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้น เช่น เครียดแล้วกินเยอะกว่าเดิม เครียดจนกินอะไรไม่ลง

    2. ทำไมอารมณ์เชิงบวกเช่น ดีใจ ตื้นตันใจ ฯลฯ ถึงทำให้ความอยากอาหารของบางคนลดลง แล้วทำไมสำหรับบางคนถึงมีความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้น เช่น  ดีใจมาก ๆ อิ่มเอมใจจนไม่อยากกินอะไร หรือดีใจมาก ๆ จะรู้สึกอยากกินอะไรสักอย่างเพื่อเลี้ยงฉลอง (ประเด็นนี้พยายามหาคำอธิบายในเชิงการทำงานของร่างกายหรือจิตวิทยาไม่ค่อยเจอเลยค่ะ)

    3. ทำไมบางคนถึงกินจุบจิบ อยู่เฉย ๆ ก็อยากกิน(ประเด็นพยายามหาคำอธิบายในเชิงการทำงานของร่างกายหรือจิตวิทยาไม่ค่อยเจอเหมือนกันค่ะ)

    4. ถ้าเรากินตามอารมณ์บ่อย ๆ จนติดเป็นนิสัยเราสามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

    5. สำหรับคนที่มีปัญหาควบคุมการกินไม่ได้เลยสามารถพบแพทย์ได้ที่ไหนบ้าง

     

    สวัสดีค่ะ คุณ Kornkanok Suthead,

                             เนื่องจากคำถาม เป็นข้อมูลของเรื่องทางจิตวิทยา หมอจึงอาจไม่สามารถให้ข้อมูลที่ครบถ้วนได้ค่ะ แนะนำลองอ่านบทความตามที่หมอได้หาข้อมูลมา ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ได้ค่ะ ตาม link นี้ค่ะ  

    file:///C:/Users/salin/Downloads/Documents/%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%2012%20%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%202%20%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%208.pdf

                           ซึ่งโดยสรุปแล้ว ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการกินตามอารมณ์ แบ่งออกเป็น 5 ปัจจัยหลัก คือ

                            - ปัจจัยด้านความรู้ ทัศนคติ

                            - ปัจจัยทางด้านอารมณ์

                            - ปัจจัยจากผลกระทบของเหตุการณ์ในชีวิตในทางลบ

                            - ปัจจัยทางด้านการควบคุมตนเอง 

                            - ปัจจัยจากการอบรมเลี้ยงดูจากคนในครอบครัว

                           เมื่อเกิดพฤติกรรมการกินตามอารมณ์ไม่ว่าทางด้านบวกหรือด้านลบจนกลายเป็นนิสัยแล้ว หากต้องการแก้ไข ก็สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าจะตั้งใจปรับเปลี่ยนหรือไม่ค่ะ 

                           สำหรับโรคการกินอาหารที่ผิดปกติ (Eating disorder) ในทางการแพทย์ คือ โรคที่มีพฤติกรรมารรับประทานอาหารที่ผิดปกติไปจนทำให้เกิดน้ำหนักตัวมากหรือน้อยกว่าปกติชัดเจน หรือทําให้มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวอย่างมากจนเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งอาจแบ่งคร่าวๆ ออกเป็น

                           1. Binge eating disorder หรือโรคกินไม่หยุด คือไม่สามารถควบคุมตนเองในการทานได้ จะทานอาหารในปริมาณมากแม้ไม่รู้สึกหิว ทานจนกว่าจะแน่นท้องและไม่สามารถรับประทานอาหารต่อได้ 

                            2. Anorexia nervosa หรือโรคคลั่งผอม ผู้ป่วยจะมีความคิดเกี่ยวกับน้ำหนักตัวและรูปร่างที่ผิดไปจากความเป็นจริง ให้คุณค่ากับการควบคุมน้ำหนักและรูปร่างมากเกินไป โดยจะปฏิเสธไม่ยอมกินอาหารและพยายามออกกําลังอย่างหนัก จนกน้ำหนักลดไปมาก แต่ก็ยังไม่พอใจ และต้องการลดลงไปอีกเรื่อยๆ โดยอาจใช้ยาต่างๆ ร่วมด้วย เช่น ยาถ่าย ยาขับปัสสาวะ ซึ่งผู้ป่วยก็จะมีน้ำหนักตัวที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาก รวมถึงเกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

                           3. Bulimia nervosa หรือโรคล้วงคอ ผู้ป่วยมักจะกินมากโดยควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้วรู้สึกผิด จึงไปล้วงคอให้อาเจียน จนในระยะหลังๆ ไม่ต้องล้วงคอก็ยังอาเจียน รวมทั้งมีการใช้ยาถ่าย ยาขับปัสสาวะ คล้ายกับโรคคลั่งผอม แต่ผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะไม่ผอมเท่าโรคคลั่งผอม

                           4. Pica โรคทานสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร เช่น เส้นผม ดิน โคลน สี  ปูน ชอล์ค  สบู่ ยาสีฟัน ตะปู เหรียญ ขี้เถ้า กาว  กระดาษ ทราย รากไม้ โลหะ อุจจาระ เป็นต้น โดยต้องรับประทานสิ่งที่ไม่ใช่อาหารต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน และสิ่งที่รับประทานไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม เช่น บางประเทศ บางภูมิภาค อาจมีการให้ทานดินโคลน เป็นต้น

                          ดังนั้น พฤติกรรมการกินทางอารมณ์ หากไม่ได้มีลักษณะของการกินที่ผิดปกติดังกล่าวไปใน 4 ข้อข้างต้น ก็ไม่ได้ถือว่ามีความผิดปกติทางการกินจนต้องพบจิตแพทย์เพื่อรักษาค่ะ