
May 12, 2019 at 10:26 AM

May 12, 2019 at 10:26 AM

May 13, 2019 at 05:15 PM
สวัสดีค่ะคุณพีช
ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินคือการรับประทานยาคุมกำเนิดที่มีขนาดฮอร์โมนเพศหญิงในปริมาณที่สูงหลังการมีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ จะได้ผลดีที่สุดเมื่อรับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ ถ้ากินเลยจากนี้ ประสิทธิภาพจะได้ไม่ถึงตามที่กล่าวกันไว้คือประมาณ 85-95% คือยิ่งกินช้า ประสิทธิภาพของยาก็จะลดลงเรื่อยๆ ดังนั้นก็มีโอกาสตั้งครรภ์ค่ะ
การรับประทานยาคุมฉุกเฉินอาจมีผลข้างเคียงเช่น
-ประจำเดือนมาผิดปกติหรือมีเลือดออกจากช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน
-คัดตีงหน้าอก
-คลื่นไส้ อาเจียน
-ปวดท้อง
-ปวดศีรษะ
จากอาการที่เล่ามาอาจเป็นผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉินค่ะ การวินิจฉัยอื่นๆที่เป็นไปได้เช่น เลือดออกจากช่องคลอดที่เป็นภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์เช่น แท้ง หรือ ท้องนอกมดลูก หรือเลือดออกจากการติดเชื้อของระบบสืบพันธ์เช่นที่ปากมดลูกหรือช่องคลอด
ควรไปพบแพทย์เมื่อ เลือดออกมากไม่หยุด ปวดหน่วงท้องน้อย ถ้าผ่านไป 1-2 วันแล้วเลือดหยุดได้เอง ไม่มีอาการผิดปกติอะไร ก็อาจจะเกิดจากยาคุมฉุกเฉินที่กินเข้าไป
อาการอื่นๆดังกล่าวมานั้น ไม่ได้จำเพาะเจาะจงกับการตั้งครรภ์ค่ะ อาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉินก็ได้
การดูแลตัวเองเบื้องต้น ให้สังเกตอาการว่าเลือดออกมาปริมาณมากหรือไม่ แล้วหยุดไปได้เองหรือเปล่า หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้ไปก่อน ไม่ไปซื้อยาปรับฮอร์โมนใดๆมากินเอง
หากจะมีเพศสัมพันธ์ควรวางแผนการคุมกำเนิดเช่นใช้ถุงยางอนามัย หรือใช้ยาคุมกำเนิดแบบแผง หรือฉีดยาคุม หรือฝังยาคุมจะดีกว่าการรับประทานยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆค่ะ เพราะผลข้างเคียงมาก อีกทั้งมีประสิทธิภาพต่ำเทียบกับวิธีอื่นๆ