ถามแพทย์

  • เป็นสิวที่หน้าผากมา 3 ปี ซื้อยามาใช้ก็ไม่หาย ช่วยแนะนำยาแต้มสิวผดหน่อย

  •  MJ Meiji
    สมาชิก
    เป็นสิวที่หน้าผากมา3ปีแล้วคะ ซื้อยามาใช้ก้อไม่หายคะ ช่วยแนะนำยาแต้มสิวผดหน่อยได้ไหมคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ MJ Meiji,

                     หากลักษณะของสิวที่เป็นคือ เป็นตุ่มนูนเล็กๆ สีเหมือนผิวหนัง ลักษณะคล้ายผดผื่นขนาดเล็ก ไม่เจ็บ และในช่วงตื่นนอนตอนเช้ามักมีไม่มากเท่าช่วงบ่าย ตุ่มเม็ดดังกล่าวจึงน่าจะเป็น สิวผด หรือ สิวเทียม (acne aestivalis หรือ mallorca acne) ซึ่งมักเกิดขึ้นบริเวณหน้าผาก และข้างจมูก โดยจะเกิดขึ้นเมื่ออากาศร้อน ดังนั้นจึงไม่ค่อยปรากฏในตอนเช้าที่อากาศยังเย็นอยู่ แต่จะแสดงอาการมากขึ้นในช่วงบ่ายที่อากาศร้อน สาเหตุไม่ทราบแน่ชัด แต่สัมพันธ์กับการติดเชื้อราหรือยีสต์ที่ชื่อ P.Ovale หรือมีปัจจัยอื่นๆ เช่น การล้างหน้าบ่อยและแรงไป การขัดถูหน้าแรงๆ การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเป็นประจำ การแพ้ระคายเคืองครีมหรือโลชั่นล้างหน้า ยาสระผมหรือครีมนวดผม และเครื่องสำอางค์ต่างๆ รวมถึงการใช้อุปกรณ์แต่งหน้าที่ไม่สะอาด การโดนแสงแดดและความร้อน ความเครียด เป็นต้น

                       การดูแลเมื่อเกิดสิวผดและการป้องกันการเกิด เช่น พยายามหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อน หากโดนแดดหรือหลังออกกำลังกายควรรีบล้างหน้าเพื่อลดความร้อนที่เกิดใบหน้า ล้างหน้าด้วยน้ำที่อุณหภูมิห้อง ไม่ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อน ขณะล้างหน้าไม่ควรถูหน้าแรงไป ไม่ใช้สิ่งของในการขัดถูหน้า เลือกใช้โฟมหรือสบู่ล้างหน้าที่อ่อนโยน  ล้างฟองของโฟมฟรือสบู่ล้างหน้าออกให้หมด หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางค์ไปก่อน ส่วนครีมทาผิวต้องหลีกเลี่ยงครีมชนิดที่ทำให้หน้าขาว เช่น ครีมที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ กรด salicylic acid  รวมถึงกรดวิตามินเอ เป็นต้น หากต้องใช้ควรเลือกชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ หมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้แต่งหน้า ไม่บีบหรือแกะสิวดังกล่าว เพราะจะไม่มีหัวออกมาเหมือนสิวทั่วไป และไม่ควรใช้ครีมสำหรับละลายหัวสิว เช่น benzoyl peroxide (เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์) เพราะอาจทำให้ยิ่งแพ้และระคายเคือง เป็นต้น

                       หากยังไม่ดีขึ้น แนะนำไปพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อใช้ยาทาสำหรับรักษา ซึ่งมักเป็นยาที่มีส่วนผสมของ selenium sulfide หรือ ketoconazole โดยมากนิยมใช้ selenium sulfide ทาทิ้งไว้แล้วล้างออก และทา Ketoconazole cream ต่อ หรืออาจใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ร่วมด้วย แต่ไม่แนะนำให้ใช้เอง เนื่องจากเป็นยาอันตราย ดังนั้นควรไปพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังค่ะ