ถามแพทย์

  • ยาต้านฉุกเฉิน

  •  Khun Natty Nattapong
    สมาชิก
    สวัสดีครับคุณหมอ ผมมีเรื่องเรียนปรึกษาครับ พอดีผมมีประวัติเสี่ยงช่วงปลายปีที่ผ่านมาประมาณวันที่ 20 ธันวาคม แต่หลังจากที่เสี่ยง(ถุงยางแตก)มาประมาณ 18 ชั่วโมงผมก็ไปขอรับยาต้านฉุกเฉินจากคลินิกนิรนามมาครับ ตั้งแต่ 3-4 วันแรกผมมีอาการผื่นขึ้นบริเวณก้น คันเป็นเวลาเดี๋ยวหายเดี๋ยวคันไม่มากแต่คันจนวันนี้ใกล้ครบ1 เดือนแล้ว และมีอาการเหงื่อออกตอนกลางคืนจนสะดุ้งตื่น 2-3รอบต่อคืน อาการเหล่านี้เป็นอาการของการติดเชื้อเฉียบพลันหรือไม่ครับ ผมเริ่มตรวจเลือดครั้งแรกที่ 2 สัปดาห์ผลเป็นลบ ครั้งที่2 ตอน3 สัปดาห์ ด้วยน้ำยาเจน4 ผลเป็นลบ อยากเรียนถามคุณหมอดังนี้ครับ 1ระหว่างที่ทานยาต้านฉุกเฉินอยู่ สามารถแสดงอาการของการติดเชื้อเฉียบพลันได้หรือไม่ 2เมื่อมีการแสดงอาการของการติดเชื้อเฉียบพลัน จะสามารถตรวจเจอเชื้อหรือไม่ 3ถ้าทานยาจนครบ1เดือนแล้วไปตรวจเลือดแล้วให้ผลเป็นลบ ผลตรวจนั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหนครับ
    Khun Natty Nattapong  พญ.นรมน
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณKhun Natty Nattapong

    HIV คือการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจนถึงแก่ชีวิตได้ โดยเป็นไวรัสที่ติดต่อกันผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันด้วยถุงยางอนามัย การสัมผัสสารคัดหลั่งจากเยื่อบุตา ปาก อวัยวะเพศของกันและกัน การใช้ของมีคมร่วมกัน หรือของใช้ส่วนตัวที่มีสารคัดหลั่งติดอยู่ร่วมกัน การที่สารคัดหลั่งหรือเลือดมาโดนแผลเปิดขนาดใหญ่ที่ผิวหนัง 

    หากมีความเสี่ยงการรับเชื้อ HIV มาแล้วนั้น มีข้อบ่งชี้ในการใช้ยาต้านไวรัสกินติดต่อกันจำนวน 28 วันเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ HIV โดยหากได้กินอย่างถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด โอกาสรับเชื้อก็มีได้น้อยมาก

    แต่หากมีการติดเชื้อจริง โรคสามารถแสดงอาการได้แม้จะกินยาอยู่ แต่อย่างที่กล่าวไปว่ามีโอกาสน้อย และอาการของการติดเชื้อในระยะแรกจะไม่ได้จำเพาะเจาะจงต่อโรคแต่อย่างใด อาการจะคล้ายกับการติดเชื้อไวรัสใดๆเช่นมีไข้ต่ำๆ ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วๆ ปวดเมื่อยตามตัว มีผื่นแดงที่ไม่จำเพาะ

    ดังนั้นควรกลับไปยืนยันด้วยผลเลือดจะแน่ชัดที่สุด โดยหากผ่านไป 1 เดือนหลังมีความเสี่ยง ตรวจด้วยน้ำยาชนิดเจน 4 ดังกล่าวมาให้ผลลบ ผลก็ค่อนข้างแน่นอนเกือบ 100% ค่ะ แต่อย่างไรก็ตามในทุกราย แนะนำการกลับไปยืนยันผลที่ 3 เดือนอีกครั้งว่าไมได้ติดเชื้อจริงๆ