ถามแพทย์

  • ฝังยาคุมมาได้ 2 ปี มีเลือดออกจากช่องคลอดมา 20 วันในแต่ละเดือน ควรไปเอาออกไหม

  •  Lai'i La'a
    สมาชิก
    หนูฝั่งยาคุมกำเนิดมาได้กว่า2ปีแล้ว ปีแรกประจำเดือนไม่มาเลย แต่มาปีที่2 ประจำเดือนมาแต่ละเดือนเกือบ20วัน เดือนนี้มา20กว่าวันมันส่งผลยังไงบ้างค่ะ อันตรายมั้ย หนูควรเอาออกมั้ย
    Lai'i La'a  Norramon
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณ Lai'i La'a

    การฝังยาคุมกำเนิด เป็นการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยกว่า 1% สามารถอยู่ได้ 3-5 ปีขึ้นกับชนิดของยา และใช้ง่ายคือฝังครั้งเดียวอยู่ได้นาน ไม่จำเป็นต้องกินยาบ่อยๆ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

    -เลือดออกกระปริดกระปรอยทางช่องคลอด ประจำเดือนมาผิดปกติ

    -ปวดศีรษะ

    -ปวดท้อง

    -คลื่นไส้

    -คัดตึงเต้านม

    -บวมน้ำ

    -น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

    โดยผลข้างเคียงเรื่องเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดนั้น ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นเมื่อใด และมาในรูปแบบใด บางคนอาจมามากหรือมาน้อยลง แต่ไม่ควรจะเป็นรุนแรง คือเมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายควรจะปรับตัวและอาการหายไปได้เอง ถ้าเลือดออกจากช่องคลอดติดต่อกันมา 20 กว่าวันนั้นคิดว่าผิดปกติค่ะ อาจเกิดจาก

    -ผลข้างเคียงของยาฝัง มักเป็นแค่กระปริดกระปรอย แค่ติดกางเกงในไม่ต้องใช้ผ้าอนามัย

    กรณีที่ต้องใช้ผ้าอนามัยชุ่มแผ่น เปลี่ยนวันละหลายครั้งอาจมีสาเหตุอื่นเช่น

    -เนื้องอกมดลูก

    -มะเร็งในระบบสืบพันธุ์สตรี

    -โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

    -ผลแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์

    แนะนำไปพบสูตินรีแพทย์ได้เลย ไม่ต้องรอค่ะ ยิ่งถ้าปวดหน่วงท้องน้อยมาก ซีด เพลียควรรีบไปพบค่ะ ระหว่างนี้ไม่ควรซื้อยาปรับฮอร์โมนมากินเอง และถ้าตรวจแล้วพบว่าเป็นผลข้างเคียงจากยาที่เราไม่ชอบอาจจะคุยกับสูตินรีแพทย์เพื่อขอเปลี่ยนวิธีการคุมกำเนิดค่ะ