
Dec 01, 2020 at 11:24 AM

Dec 01, 2020 at 11:24 AM

Dec 01, 2020 at 11:48 AM
สวัสดีค่ะ คุณ mazimaziwa,
การมีแผลบริเวณปลายอวัยวะเพศชายคล้ายแผลร้อนใน ร่วมกับอาการแสบ เจ็บ อาจเกิดจาก
- การเป็นเริมที่อวัยวะเพศ ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเริ่มแรกจะมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใส ซึ่งอาจไม่ทันได้สังเกต ต่อมาตุ่มน้ำจะแตกและกลายเป็นแผล และมีน้ำเหลืองซึม ร่วมกับมีอาการแสบร้อนหรือเจ็บปวดมากบางรายอาจมีไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลียร่วมด้วย และอาจทำให้มีอาการปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะขัด หรือมีน้ำเหลืองซึมจากท่อปัสสาวะได้ หากเพิ่งเป็นครั้ง อาการจะเป็นอยู่นานประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วจะหายไปได้เอง หลังจากนั้น ก็จะมีอาการกำเริบได้ โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์อีก โดยอาจนานหลายปี จึงจะมีอาการกำเริบ หรืออาจบ่อยกว่านั้นก็ได้
- ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น หนองในแท้ แต่อาการหลักคือจะมีหนองไหลจากท่อปัสสาวะ ไม่น่ามีแผลเกิดขึ้น หรือหากเป็นหนองในเทียม ก็จะมีมูกข้นๆ หรือใสออกจากท่อปัสสาวะ และมีแสบหรือขัดขณะปัสสาวะ นอกจากนี้ยังอาจรู้สึกแสบ เจ็บที่อวัยวะเพศได้ด้วย แต่ก็ไม่น่ามีแผลเกิดขึ้น
หากได้ไปพบแพทย์ และแพทย์ได้นำเอาสารคัดหลั่งไปตรวจหาเชื้อแล้ว แนะนำควรทานยาตามที่แพทย์ไปก่อนสั่งค่ะ ส่วนอาการจะดีขึ้นเมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเป็นโรคอะไร และตอบสนองต่อยาที่ทานหรือไม่ค่ะ
ส่วนการทำความสะอาด ก็ควรใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือสำหรับล้างแผล เช็ดทำความสะอาด ซับเอาน้ำเหลืองออกบ่อยๆ และใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำหมาดๆ ปิดแผลไว้ก่อนที่จะใส่กางเกงใน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเสียดสี และควรใส่กางเกงในที่ไม่รัดแน่นไป ใส่กางเกงที่หลวมเล็กน้อน ยังไม่ควรใส่กางเกงยีนส์ที่รัดเกินไปค่ะ
อย่างไรก็ตาม หากไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลย ไม่ว่ากับฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย และไม่เคยโดนทำออรัลเซ๊กส์ รวมถึงไม่เคยใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น ก็จะไม่ได้เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้น อาจต้องแจ้งให้แพทย์ที่รักษาทราบด้วยค่ะ เพื่อจะได้ตรวจหาสาเหตุอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป เช่น เป็นโรค Bechet's disease, lichen planus, มะเร็ง เป็นต้น