
Sep 24, 2021 at 04:09 AM

Sep 24, 2021 at 04:09 AM

Sep 24, 2021 at 04:37 AM

Sep 24, 2021 at 08:52 AM
สวัสดีค่ะ คุณ ferzz,
อาการมีผื่น คัน ตามผิวหนัง อาจเกิดจาก
1. ภูมิแพ้ผิวหนัง จะทำให้มีอาการคันผิวหนังได้ง่ายกว่าปกติ เกิดผื่นแดงที่ผิวหนังง่าย หรือเกิดเป็นขุยลอกตามผิวหนัง ผิวแห้ง ยิ่งเกายิ่งคัน อาการจะเป็นๆ หายๆ หากเป็นเรื้อรังนานแล้ว ผิวหนังจะหนาและมีรอยคล้ำ โรคภูมิแพ้ผิวหนัง มักเกิดร่วมกับโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด แพ้อากาศ เป็นต้น
2. เป็นลมพิษ ที่ไม่ได้เกิดจากการเป็นภูมิแพ้ผิวหนัง แต่ก็เกิดจากการที่ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ โดยจะปรากฏเป็นผื่นบวมนูนสีขาวล้อมด้วยสีแดง ขนาดของผื่นมีตั้งแต่ขนาดเล็กไปถึงขนาดใหญ่ ร่วมกับอาการคันหรือแสบ โดยมากแล้วมักเกิดไม่เกิน 24 ชั่วโมง ผื่นจะค่อยๆ จางหายไปเอง สาเหตุอาจเกิดจาก การแพ้อาหาร แพ้ยา การติดเชื้อชนิดต่างๆ เช่น ไข้หวัด ทอนซิลอักเสบ มีฟันผุ เป็นต้น แพ้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เป็นโรคไทรอยด์ โรคแพ้ภูมิตนเอง การพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนแอ รวมไปถึงการมีความเครียด วิตกกังวล เป็นต้น
3. ผื่นแพ้สัมผัส มักเกิดอยู่เฉพาะบริเวณที่เกิดการสัมผัสกับสารระคายเคืองเท่านั้น แต่บางครั้งผื่นอาจแพร่กระจายได้
4. การระคายเคืองจากสารเคมีต่างๆ เช่น สบู่ ครีม ผงซักฟอก สเปรย์ น้ำหอม เป็นต้น
ในเบื้องต้น ควรหลีกเลี่ยงการเกา เพราะอาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ ในบริเวณที่คันมาก ควรทายาแก้แพ้แก้คัน เช่น ไตรแอมซิโนโลน ครีม (triamcinolone cream) หรือ T.A. cream ที่ใช้อยู่ แต่ควรทาเฉพาะจุดที่คันมาก ไม่ควรทาทั่วตัว และห้ามใช้ติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ อาจทานยาแก้แพ้แก้คัน เซทิริซีน (cetirizine), ลอราทาดีน (loratadine) เป็นต้น เป็นต้น และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจกระตุ้นให้เกิดแพ้ต่างๆ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรหญ้าหรือดอกไม้ สะเก็ดผิวหนังจากสัตว์ ขนสัตว์ เครื่องสำอาง อาหาร เช่น อาหารทะเล นม ถั่ว เป็นต้น นอกจากนี้ ควรเลือกใช้สบู่ โลชั่นที่อ่อนโยน ไม่ผสมน้ำหอม สารกันเสีย และไม่ควรใช้ชนิดที่ทำให้ผิวขาว ไม่อาบน้ำอุ่นจัดและนานเกินไป เป็นต้น
หากอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อรักษาค่ะ