ถามแพทย์

  • มีตุ่มใสๆขึ้นที่ฝ่ามือ

  •  น้องมายด์
    สมาชิก

    สวัสดีค่ะ พอดีมีตุ่มใสๆเล็กๆ ขึ้นที่ฝ่ามือ คืออะไรคะ บางเม็ดเป็นมานานไม่หาย ช่วงนี้มีขึ้นเพิ่มด้วย รักษาอย่างไรได้บ้างคะ ต้องไปตรวจอะไรมั้ย

    สวัสดีค่ะ คุณ น้องมายด์,

                     การมีตุ่มใสๆ ขึ้นที่ฝ่ามือ อาจเป็น

                  1. ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใส (dyshidrosis) ซึ่งจะมีผื่นที่เป็นตุ่มน้ำใสขนาดเล็กๆ มักพบตามด้านข้างของนิ้วมือ ด้านข้างฝ่ามือ รวมถึงบริเวณฝ่ามือ และอาจพบที่ด้านข้างฝ่าเท้าและฝ่าเท้าด้วย ร่วมกับมีอาการคัน ตุ่มน้ำเหล่านี้จะหายไปได้เอง โดยจะค่อยๆ แห้งและลอกออกภายใน 2-3 สัปดาห์ อาการจะเกิดขึ้นเป็นๆ หายๆ 

                      สาเหตุของการเกิดนั้นไม่แน่ชัด อาจเกิดจากการตอบสนองแบบผื่นแพ้สัมผัสบางชนิดได้ เช่น ผื่นแพ้สัมผัสจากสารนิกเกิล เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องประดับ เหรียญต่างๆ หรือ ยาง หรือแพ้ไรฝุ่น เป็นต้น และมักพบในผู้ที่เป็นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ หรือภูมิแพ้อากาศอยู่ 

                      ส่วนปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการ เช่น ความเครียด การอดนอน ไม่สบาย ความร้อน การมีเหงื่อออกมาก การล้างมือบ่อยๆ หรือสัมผัสกับน้ำบ่อยๆ เป็นต้น   

                  2. โรคผิวหนังอักเสบชนิดอื่นๆ ที่เป็นตุ่มพองน้ำ เช่น โรคตุ่มน้ำพองจากภูมิคุ้มกัน (pemphigus และ bullous pemphigoid) เป็นต้น แต่จะพบเป็นที่ผิวหนังบริเวณอื่นๆ และในช่องปาก ตา อวัยวะเพศด้วย

                   3. ผื่นระคายเคืองจากสารเคมีต่างๆ เช่น สบู่ ผงซักฟอก โลชั่น น้ำหอม ยาฆ่าแมลงจากการจับดอกไม้ หรือจากการฉีดยา เป็นต้น

                   4. โรคหิด โดยจะมีตุ่มนูนแดงเล็กๆ หรืออาจเป็นตุ่มน้ำใสๆ ก็ได้ ซึ่งเป็นจุดที่หิดขุดผิวหนังเข้าไปอยู่ นอกจากนี้อาจพบที่ข้อมือ ข้อศอก รักแร้ เป็นต้น และจะมีอาการคันมาก โดยเฉพาะเวลากลางคืน

                   5. ผื่นจากแมลงสัตว์กัดต่อย แต่มักจะหายได้เองในเวลาไม่นาน

                  ในเบื้องต้น ให้หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งต่างๆ ที่อาจทำให้แพ้ไปก่อน เช่น ไม่ทาโลชั่นหรือครีมที่ไม่เคยใช้ ไม่ใช้สบู่ ผงซักฟอก หรือน้ำยาต่างๆ ที่ไม่เคยใช้เป็นต้น ใส่ถุงมือเมื่อต้องสัมผัสกับสารเคมีต่างๆ รวมถึงดอกไม้สดที่วางขาย (เพราะมักมียาฆ่าแมลง) ไม่ไปแกะเกาตุ่มน้ำ เพราะอาจทำให้กลายเป็นแผลและติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ หากมีอาการคัน อาจทาครีม triamcinolone หรือ ครีม betamethasone เป็นต้น หากตุ่มน้ำยังคงไม่หายไป หรือเกิดขึ้นซ้ำๆ บ่อยๆ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ