
May 22, 2022 at 09:05 AM

May 22, 2022 at 09:05 AM

May 29, 2022 at 02:59 PM
สวัสดีค่ะ คุณ Darunee.p,
โรคไข้หูดับ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Streptococcus suis โดยเชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และอยู่ในเลือดของหมูที่กำลังป่วย โดยการติดต่อจากหมูมาสู่คน เกิดได้จาก
- การทานเนื้อและเลือดหมู ที่ปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ
- การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ โดยอาจสัมผัสกับเนื้อหมู เครื่องใน เลือดแล้วเชื้อโรคผ่านเข้ามาทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา ผู้ที่ติดเชื้อผ่านทางนี้ มักมีอาชีพเกี่ยวกับการเลี้ยงหมู ทำงานในโรงงานชำแหละหมู จำหน่ายเนื้อหมู หรือผู้สัมผัสกับสารคัดหลั่งของหมู เช่น น้ำมูก น้ำลาย ซึ่งจะพบในผู้ที่เลี้ยงหมู
สำหรับอาการนั้น หลังจากได้รับเชื้อมาแล้ว 3-5 วัน จะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง เวียนศีรษะ ปวดตามข้อ อาเจียน คอแข็ง หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และติดเชื้อในกระแสเลือดตามมา ซึ่งอาจนําไปสู่การเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยบางรายที่ไม่เสียชีวิต ส่วนใหญ่จะพบความพิการตามมา เช่น สูญเสียการทรงตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง และสูญเสียการได้ยินจนถึงขั้นหูหนวกหรือที่เรียกว่าหูดับ
จากเหตุการณ์ที่โดนมีดหั่นเนื้อหมูบาด ก็อาจมีโอกาสติดเชื้อโรคที่ทำให้เกิดไข้หูดับได้ อย่างไรก็ตาม หมูอาจไม่ได้มีเชื้อโรคอยู่ก็ได้ ดังนั้น ก็ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องติดเชื้อมาค่ะ
สำหรับการที่มีไข้ต่ำๆ ในวันนี้ ซึ่งเพิ่งผ่านมา 1 วัน ก็ไม่น่าเป็นอาการของไข้หูดับ เพราะอาการไข้ มักจะปรากฏหลังจากผ่านไป 3-5 วันดังกล่าวไป และมักจะเป็นไข้สูง ดังนั้น แนะนำควรสังเกตอาการต่อไปก่อน หากหลังจากนี้อีก 1-2 วัน ไข้ขึ้นสูงขึ้น ก็ควรรีบไปโรงพยาบาล ซึ่งหากได้รับการฉีดยาปฏิชีวนะรักษา ก็จะหายจากโรคได้ค่ะ ทั้งนี้ อาการไข้ที่เกิด อาจไม่ได้เกิดดจากโรคไข้หูดับก็ได้ โดยเกิดจากโรคติดเชื้อได้อีกหลายๆ อย่าง เช่น ไข้หวัด โควิด 19 อาหารเป็นพิษ เป็นต้น ซึ่งแพทย์ก็จะต้องตรวจวินิจฉัยให้แน่นอนก่อนค่ะ
สำหรับบาดแผล หากได้ฟอกทำความสะอาดแล้ว หลังจากนี้ ก็ให้เช็ดทำความสะอาดต่อด้วยน้ำเกลือทุกวัน ไม่ต้องใส่ยาฆ่าเชื้อไปที่แผลโดยตรงอีก ให้เช็ดที่ผิวหนังรอบๆ และควรหลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำจนกว่าแผลจะหายค่ะ