สวัสดีค่ะ เมื่อประมาณ 21 ธันวาคม 64 ป่วยด้วยอาการปัสสาวะปนเลือด แสบปลายๆตรงบริเวณที่ปัสสาวะ ปวดท้องน้อยด้วยค่ะ ตอนนั้นไม่มีอาการตกขาวเลย ไปหาหมอตรวจปัสสาวะเค้าว่าเป็นทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ ให้ยาฆ่าเชื้อมาทาน 7 วันค่ะ
ช่วงแรกๆที่ทานยา อาการต่างๆก็หายสนิท แต่ตั้งแต่วันที่ 31 ธค 64 ยาหมดเริ่มมีปวดท้องใต้สะดือตลอดวัน ปวดเกร็งเบาๆ สลับปวดมาก ช่วงตรงกลาง+ข้างซ้ายจะรู้สึกปวดมากสุด เหมือนเวลาอั้นปัสสาวะนานๆค่ะ บางครั้งเดินก็สะเทือนรู้สึกเจ็บๆ รู้สึกไม่สบายตัว ยืนตัวตรงแทบไม่ได้ (บางวันปวด บางวันไม่ปวด)
รวมถึงช่วงนี้สังเกตจะมีก้อนยืดๆ สีน้ำตาล คล้ายเลือดเก่าออกมาจากช่องคลอด บางวันมีตกขาวสีเหลืองอ่อนๆ วันละนิดเดียวค่ะ (อีกประมาณ 1 สัปดาห์จะถึงกำหนดเป็นประจำเดือน) นอกจากนี้ก็ไม่มีอาการอย่างอื่นเลย
อยากถามว่าแบบนี้ผิดปกติไหมคะ
1.ควรจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในด้วยดีไหมคะ (รอบเดือนครั้งล่าสุดมาช้ากว่าปกติ 1 สัปดาห์ค่ะ)
2.จะทราบได้อย่างไรว่าอาการทางเดินปัสสาวะติดเชื้อหายดีหรือยัง
ขอบคุณค่ะ

