สวัสดีค่ะ คุณ bindr,
หากมีฟันคุดอยู่ ก็ต้องไปพบทันตแพทย์ เพื่อนัดผ่าเอาฟันคุดออกค่ะ ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกซ้ำๆ ได้ รวมถึงอาจเกิดฟันผุ ทั้งตัวของฟันคุดเองและฟันซี่ข้างเคียงผุ เพราะซอกฟันระหว่างฟันคุดกับฟันกรามซี่ที่อยู่ติดกันนั้น มักทำความสะอาดได้ยาก เศษอาหารที่ค้างอยู่ก็จะทำให้เกิดฟันผุได้ทั้ง 2 ซี่
และหากปล่อยไว้นานกว่านี้ ก็อาจเกิดการละลายตัวของกระดูก จากแรงดันจากฟันคุดที่พยายามดันขึ้นมา จะทำให้กระดูกรอบรากฟันและกระดูกรากฟันซี่ที่อยู่ข้างเคียงถูกทำลาย และอาจทำให้เนื้อเยื่อที่หุ้มรอบฟันคุดขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นถุงน้ำ จนในที่สุดเกิดการทำลายฟันซี่ข้างเคียง ทำให้ใบหน้าเอียงหรือขากรรไกรข้างหนึ่งใหญ่กว่าอีกข้าง หรือรุนแรงจนเกิดกระดูกขากรรไกรหักได้
ส่วนอาการปวดบริเวณหน้ากกหูทั้ง 2 ข้าง ก็อาจเป็นอาการปวดที่ร้าวมาจากการที่ปวดฟันคุด หรือเกิดจากมีข้อต่อขากรรไกรอักเสบ โดยจะทำให้มีอาการปวดบริเวณข้อต่อขากรรไกรซึ่งอยู่บริเวณหน้าหู และเวลาอ้าปาก หุบปาก หรือเคี้ยว จะเจ็บมากขึ้น หากกดบริเวณหน้าใบหูก็จะเจ็บ และอาจมีเสียงผิดปกติที่ข้อต่อขากรรไกร เช่น เสียงคลิก หรือ เสียงกรุบกรับ เป็นต้น
ดังนั้น ก็ควรหาเวลาไปพบทันตแพทย์นะคะ ส่วนในระหว่างนี้ หากมีอาการปวดอยู่ ก็สามารถทานยา ponstan ที่ทานอยู่ได้ โดยควรทานเฉพาะเวลาที่ปวดมาก และไม่ทานเกิน 3 ครั้งต่อวัน ส่วนยาปฏิชีวนะ amoxicillin นั้น ไม่ควรทานต่อ เพราะยังไม่ได้รับการตรวจจากทันตแพทย์ว่ามีเหงือกอักเสบจริงหรือไม่ หากทานไป อาจได้รับยาไปโดยไม่จำเป็นค่ะ นอกจากนี้ ก็ควรดูแลความสะอาดในช่องปากให้ดี โดยแปรงฟันทุกครั้งหลังทานอาหาร บ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อยๆ ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง งดการอ้าปากกว้าง การพูดเยอะ หลีกเลี่ยงการทานอาหารแข็งที่ต้องเคี้ยวมาก เช่น เนื้อสัตว์ที่เหนียว ขนมกรุบกรอบต่างๆ ถั่ว เป็นต้น