
Sep 01, 2019 at 05:19 AM

Sep 01, 2019 at 05:19 AM

Sep 01, 2019 at 06:11 AM
สวัสดีค่ะ คุณ ชีวิตไม่สิ้น ก็ดิ้นต่อไป,
อาการปวดข้อเท้ามากและร้อน อาจเกิดจาก
1. ข้อเท้าแพลง เกิดจากการฉีกขาดของเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้า ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุข้อเท้าพลิก ดังนั้น หากไม่มีประวัติการเกิดข้อเท้าพลิก ก็ไม่ใช่สาเหตุ
2. เอ็นร้อยหวายอักเสบ เกิดจากการใช้งานมากเกินไป เช่น วิ่งหรือเดินมากไป ประกอบกับการใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม พื้นรองเท้าแข็งบริเวณส้นแข็งเกินไป รองเท้ามีขนาดไม่พอเหมาะกับเท้า เป็นต้น หากเป็นรุนแรงก็จะเกิดเอ็นร้อยหวายฉีกขาดได้
3. ถุงน้ำหลังข้อเท้าอักเสบ มักเป็นผลจากการใส่รองเท้าที่คับเกินไปร่วมกับการใช้งานของเท้ามาก
4. โรคเก๊าท์ ถ้าเป็นการปวดครั้งแรกมักจะเป็นเพียงข้อเดียว ซึ่งข้อที่พบบ่อย คือ นิ้วหัวแม่เท้า บางรายอาจเป็นตรงส่วนข้อเท้า ข้อเข่า โดยข้อที่ปวดจะมีอาการบวม แดง ร้อนร่วมด้วย มักปวดมากจนเดินไม่ไหว โดยการปวดจะรุนแรงในช่วง 4-12 ชั่วโมงแรก จากนั้นจะเริ่มปวดน้อยลงและอาการจะดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันแม้ไม่ได้รับการรักษา
5. ข้ออักเสบรูมาตอยด์ มักจะมีอาการปวดตามข้อเล็กๆ ก่อนเช่น ข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อนิ้วเท้า เริ่มแรกจะปวดไม่มาก มักเป็นตอนกลางคืนและเวลาตื่นนอนตอนเช้า พอนานไปจะปวดมากขึ้นและข้อจะบวมขึ้น มีข้อฝืดแข็งซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหว ต่อมาจะเริ่มปวดบริเวณข้อที่ใหญ่ขึ้น เช่น ข้อเท้า ข้อศอก ข้อเข่า ข้อไหล่ และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เป็นต้น
6. การอักเสบติดเชื้อในข้อ ซึ่งจะทำให้ข้อปวด บวม แดงมาก และอาจมีไข้ อ่อนเพลียร่วมด้วย แต่จะไม่ได้เป็นเพียง 3-4 วันแล้วหายไปได้เอง
หากไม่ได้มีอุบัติเหตุใด ๆ รวมถึงอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา และเท้าพลิก รวมถึงไม่ได้มีการใช้งานของเท้ามากไป ก้อาจเป็นไปได้ที่จะเป็นโรคเก๊าท์
ดังนั้น แนะนำควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจว่าใช่โรคเก๊าท์หรือไม่ หรือเกิดจากสาเหตุอื่นอะไร จะได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไปค่ะ
ในเบื้องต้น ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไร ก็ควรลดการใช้งานของเท้าก่อน หากเป็นอยู่ในช่วง 1-2 วันแรก ควรใช้น้ำแข็งประคบไว้ หากเป็นหลายวันแล้ว ให้ประคบอุ่นหรือแช่น้ำอุ่น หากปวดมากอาจทานยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ibuprofen, naproxen, diclofenac เป็นต้น