ถามแพทย์

  • หลังหยุดกินยาคุม ประจำเดือนไม่มา 5 เดือน ตรวจแล้วไม่ท้อง มีเลือดออกมา 2-3 วัน เพราะอะไร

  •  Donlaya Waree
    สมาชิก

    เคยกินยาคุมหลาบปีคะ แล้วหยุดกินมาได้ครึ่งปีแล้ว แล้วประจำเดือนไม่มา5 เดือนแล้ว ตรวจหลายรอบแล้วไม่ท้อง 2 วันก่อน มีเลือดไหล สีเลือดจางๆ มา2-3 วันแล้วคะ อยากทราบว่าเป็นเพราะอะไรคะ

    Donlaya Waree  Donlaya Waree
    สมาชิก

    Donlaya Waree
    May 01, 2020 at 09:31 AM

    เคยกินยาคุมหลายปีคะ แล้วหยุดกินมาได้ครึ่งปีแล้ว มีเพศสัมพันธ์ปกติหลั่งใน ตั้งแต่หยุดกินยาคุม ประจำเดือนมา 1 เดือน แล้วหลังจากนั้นประจำเดือนไม่มา5 เดือน ตรวจทุกเดือนก็ไม่ท้อง 2 วันก่อน มีเลือดไหลออกมา สีเลือดจางๆ แต่ไม่เยอะ มีนิดเดียว เป็นมา2-3 วันแล้วคะ อยากทราบว่าเป็นเพราะอะไรคะ

     

    สวัสดีค่ะ คุณ Donlaya Waree,

                         หลังจากหยุดทานยาคุมกำเนิดไปแล้ว ประจำเดือนก็มักจะมาภายใน 4-6 สัปดาห์ หากไม่มีประจำเดือนมา แต่ได้ตรวจหาการตั้งครรภ์อย่างถูกต้องแล้วไม่พบ ก็แสดงว่าไม่ได้เกิดจากการตั้งครรภ์ แต่อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น

                          1. มีน้ำหนักขึ้นมาก หรือมีโรคอ้วน เนื่องจากคนอ้วนมีเซลล์ไขมันจำนวนมาก ซึ่งเซลล์ไขมันสามารถสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ในปริมาณเล็กน้อย เมื่อมีปริมาณมากเกิน จึงกระทบต่อการหลั่งฮอร์โมนเพศที่ปกติได้

                          2. การผลิตฮอร์โมนของรังไข่ผิดปกติ เช่น มีกลุ่มอาการถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ (PCOS) โดยผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีรูปร่างอ้วน ผิวมัน มีสิว ขนดกมากกว่าผู้หญิงทั่วไป

                           3. มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนเป็นพิษ หรือไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ 

                           4. มีพังผืดในมดลูก จากการเคยมีมดลูกอักเสบหรือเคยขูดมดลูก

                           5. มีเนื้องอกของต่อมใต้สมอง แต่จะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ มองเห็นภาพซ้อน มีน้ำนมไหล เป็นต้น

                           สำหรับเลือดจางๆ ที่ออกมา 2-3 วัน ก็น่าจะเป็นประจำเดือนได้ แต่หากหลังจากนี้ ประจำเดือนยังคงนานๆ มาอีก หรือไม่มาเลย หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยอีกเรื่อยๆ แนะนำควรไปพบสูติ-แพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ