
Feb 24, 2023 at 11:57 AM

Feb 24, 2023 at 11:57 AM

Feb 24, 2023 at 12:18 PM
สวัสดีค่ะ คุณผู้ใช้งาน,
หากวันที่ 31 ม.ค. ได้ทานยาคุมฉุกเฉินไป แล้ววันที่ 6-14 ก.พ. ได้มีเลือดออกมา หากไม่ใช่ช่วงวันที่ที่ประจำเดือนควรจะมา ก็ถือเป็นเลือดที่เกิดจากผลของยาคุมฉุกเฉินได้
ส่วนเลือดที่ออกอีกครั้งในวันที่ 18 ก.พ. หากเป็นช่วงปกติที่ประจำเดือนควรจะมา ก็น่าจะเป็นเลือดประจำเดือนค่ะ ดังนั้น จริงๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องทานยาคุมฉุกเฉินไป แต่หากได้ทานไปแล้วก็ไม่ได้อันตรายอะไรค่ะ
หากเลือดที่ออก ยังคงออกมาจนถึงวันนี้ แต่มีปริมาณไม่มาก ก็ไม่น่าผิดปกติอะไร แนะนำควรสังเกตอาการไปก่อน หากออกไม่นานเกิน 10 วัน ก็ไม่ได้ผิดปกติอะไร ส่วนอาการปวดท้องน้อย ก็ถือเป็นอาการที่สามารถพบร่วมได้ขณะที่มีเลือดออกค่ะ
แต่หากเลือดออกนานเกิน 10 วัน หรือเลือดหยุดไปแล้ว แต่เมื่อผ่านไปไม่นาน ก็มีเลือดออกมาอีก หรือเกิดมีตกขาวที่ผิดปกติ มีคือมีตกขาวปริมาณมากทุกวัน มีกลิ่นเหม็น หรือมีสีเขียวเหลืองคล้ายหนอง ก็ควรไปพบแทย์เพื่อหาสาเหตุ เช่น อาจเกิดจากมีมดลูกอักเสบ เป็นต้น
ส่วนเรื่องการตั้งครรภ์ หากจะให้แน่นอน ก็ควรตรวจหาการตั้งครรภ์หลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายไปแล้วนานเกิน 2 สัปดาห์ค่ะ
หากหลังจากนี้ ไม่ได้มีเลือดไหลผิดปกติอีก และจะมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ ก็ควรใช้วิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น ซึ่งจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากกว่า 99% ไม่ควรทานยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ เพราะจะมีผลต่อการทำงานของรังไข่ ทำให้มีเลือดออกผิดปกติ และประจำเดือนมาผิดปกติได้ อีกทั้งประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินก็ไม่ถือว่าดีมากนักเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ โดยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 58%-95% ค่ะ