ถามแพทย์

  • หลังจากฉีดยาคุมได้ 1 เดือน ประจำเดือนมา หลังจากนั้น 1 อาทิตย์มีเลือดสีน้ำตาลออกมาเล็กน้อยต่อเนื่องเป็นอาทิตย์ ผิดปกติไหม

  •  Nawimon Sriwiset
    สมาชิก
    อยากทราบว่าหลังคลอดได้ทำการฝังยาคุมค่ะ แต่ไม่มีประจำเดือน 1 ปีกว่าๆมีอาการป่วยบ่อย เลยขอถอดเข็มออก หลังจากนั้นได้เปลี่ยนมากินยาคุมได้ 1เดือนหลังจากถอดเข็ม ประจำเดือนก็มาปกตินะคะมา 2-3 วัน พอหายแล้วเลยลองเปลี่ยนเป็นฉีดยาคุม หลังจากฉีดมาได้เดือนกว่าๆก็เริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่วันที่ 12-25 แล้วก็หายไปได้สักประมาณ 1 อาทิตย์ แล้วก็เป็นอีกเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆไม่ได้เลอะ กกน นะคะมาแค่นิดเดียวจะเป็นอาทิตย์แล้วค่ะ อยากทราบว่าอาการแบบนี้ผิดปกติรึป่าวคะ รึว่าเป็นเพราะเราเปลี่ยนมาฉีดยาคุมฮอร์โมนเลยเปลี่ยน ตอนนี้กังวลมากๆเลยค่ะกลัวจะเป็นมะเร็งปากมดลูก

    สวัสดีค่ะ คุณ Nawimon Sriwiset 

    การที่คุมกำเนิด สามารถเลือกได้หลายวิธีค่ะ ทั้งการที่ตอนเเรกใช้แบบยาฝังคุมกำเนิด ต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็น ยาเม็ดคุมกำเนิด ต่อมาจึงได้เปลี่ยนมาเป็น วิธีใช้ยาฉีดคุมกำเนิด (Injection) ฉีดยาคุม ซึ่งมีส่วนประกอบหลักของฮอร์โมนคือ โปรเจสเตอโรนค่ะ ตามปกติจะฉีดทุก 3 เดือนค่ะ เพื่อทำให้เกิดการยับยั้งการตกไข่ เปลี่ยนแปลงมูกปากมดลูกให้ข้นเหนียว และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางตัวลง 

    การที่ฮอร์โมนทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางตัวลง ดังนั้นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นคือ ช่วงแรกบางคนอาจมีประจำเดือนมาผิดปกติได้ มีเลือดออกกระปริบกระปรอย หรือ ออกในระยะเวลาที่ยาวนาน ต่อมาเมื่อเยื่อบุโพรงมดลูกจะบางลงมากๆ ประจำเดือนอาจหายไปเลยได้ค่ะ ส่วนมากอาการเหล่าน้ีมักเป็นในช่วง 9-12 เดือนแรกค่ะ 

    ทั้งนี้ เมื่อหยุดการฉีดยา ทุกอย่างจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ค่ะ ในช่วงเวลา 3-6 เดือนค่ะ เเละสามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้ค่ะ