สวัสดีค่ะ คุณ Anonymouskung111,
หากสูง 178 เซนติเมตร น้ำหนัก 82 กิโลกรัม เท่ากับมีค่าดัชนีมวลกายที่ 25.88 ถือว่ามีโรคอ้วนระดับ 2 ซึ่งก็ควรลดน้ำหนักลงให้ได้จนเหลือ 72-73 กิโลกรัม ก็จะถือว่ามีค่าดัชนีมวลกายที่ปกติค่ะ
ทั้งนี้ โดยปกติแล้ว น้ำหนักของคนเราจะลดลงไป 1 กิโลกรัม เมื่อร่างกายเผาผลาญพลังงานจากอาหารไปได้ 7700 กิโลแคลอรี่ ดังนั้น หากน้ำหนักเดิมคือ 82 กิโลกรัมแล้วลดลงเหลือ 73.6 กิโลกรัม เท่ากับลดลงไป 8.4 กิโลกรัม หรือเท่ากับต้องเผาผลาญพลังงานไป 7700 x 8.4 = 64,680 กิโลแคลลอรี่ ซึ่งหากหารด้วย 30 วัน (จากการที่ลดไปใน 1 เดือน) เท่ากับในแต่ละวันได้เผาผลาญไป 64680/30 = 2156 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ดังนั้น เท่ากับว่าใน 1 วัน ต้องใช้พลังงานมากกว่า 2156 กิโลแคลลอรี่ ซึ่งการแค่วิ่งวันละ 1 ชั่วโมง หากไม่ได้วิ่งอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็ว หรือวิ่งขึ้นที่สูง วิ่งวิบาก ก็ไม่น่าเผาผลาญพลังงานได้ขนาดนี้ค่ะ
แนะนำว่าเนื่องจากน้ำหนักลดลงจนใกล้ระดับที่เหมาะสมแล้ว ควรลดการลดน้ำหนักลง โดยการทานให้ครบ 3 มื้อ ทานตามปริมาณที่เหมาะสม คือทาน 1 จานต่อมื้อ ถูกสัดส่วนของอาหารแต่ละหมู่ ส่วนการออกกำลังกาย ควรออกวันละ 20-30นาทีก็พอ หลังจากนั้น ก็ให้สังเกตว่าน้ำหนักยังคงลงต่อไปอีกหรือไม่ หากยังคงลดลงเร็วอีก คือเฉลี่ยมากกว่า 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ แนะนำว่าควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่ามีโรคอื่นๆ ร่วมหรือไม่ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ เบาหวาน โรคติดเชื้อเรื้อรัง เช่น วัณโรค มะเร็งชนิดต่างๆ เป็นต้น
การลดน้ำหนักนั้น ไม่ควรให้ลดลงเร็วจนเกินไป เพราะแม้จะไม่ได้ลดจากการป่วยเป็นโรค แต่การลดลงเร็ว อาจทำให้ไขมันไปเกาะตับได้ ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดตับอักเสบตามมาได้ในบางรายค่ะ