ถามแพทย์

  • ระหว่างฉีดยาคุมมีประจำเดือนมาช้า จะตั้งครรภ์ไหม

  •  Smiley
    สมาชิก

    เริ่มฉีดยาคุมชนิด 1 เดือนเข็มแรก เมื่อวันที่ 19 กพ ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการมีประจำเดือน ตามความเข้าใจการฉีดภายใน5วันแรก ของการมีประจำเดือน ยาจะออกฤทธิ์ทันที หลังจากฉีดยามีเพศสัมพันธ์ ครั้งแรกวันที่ 22 กพ และเรื่อยมา จนวันที่ 4มีนา มีประจำเดือนมา ซึ่งมาไวกว่าปกติ ปกติจะเป็นคนมีประจำเดือนตรงหรือช้าไปไม่เกิน1สัปดาห์ (ไม่แน่ใจว่าประจำเดือนนี้เป็นผลข้างเคียงของยาคุมไหม) คือมาไม่มาก แต่มาประมาณ 5 วันค่ะ  หลังนั้นก็ไปฉีดยาเข็มที่ 2 ตามวันที่หมอนัด คือ 18 มีนา แต่จนถึงวันนี้ ประจำเดือนยังไม่มาค่ะ ไม่ทราบว่าประจำเดือนมาผิดปกตินี้มีผลมาจากการฉีดยา หรือ มีโอกาสตั้งครรภ์ไหมคะ 

     

    Smiley  พญ.นรมน
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณ Smiley

    ยาฉีดคุมกำเนิดเป็นการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 99% ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ในระยะเวลา 1 หรือ 3 เดือนหลังจากฉีด โดยต้องทำการฉีดอย่างต่อเนื่อง และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ดังนี้

    -มีเลือดออกกระปริดกระปรอยทางช่องคลอด

    -ประจำเดือนมาผิดปกติ โดยอาจมามากกว่าปกติ มาน้อยกว่าปกติ มาช้า หรือถึงขั้นไม่มา เป็นอิทธิพลจากฮอร์โมนที่ได้จากยาฉีดค่ะ

    -ยาจะยังอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 6-8 เดือนแม้หยุดฉีดไปแล้ว ดังนั้นถ้าต้องการมีบุตรทันที ไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ค่ะ

    ดังนั้นเท่าที่ฟังมาเบื้องต้น อาการน่าจะยังเกิดจากผลข้างเคียงจากยาฉีดคุมกำเนิดได้อยู่ค่ะ แนะนำว่าสังเกตอาการถ้ามีเลือดออกมากผิดปกติทางช่องคลอดร่วมกับปวดหน่วงท้องน้อยควรกลับไปพบสูตินรีแพทย์ และควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยาด้วย กลับไปฉีดยาตามที่แพทย์นัด ไม่ซื้อยาปรับฮอร์โมนมารับประทานเองค่ะ