ถามแพทย์

  • ทานยาคุมแผงแรกเกือบหมดแล้ว มีเลือดออกสีคล้ำออกน้ำตาล ปกติมั๊ยคะ

  •  Aor96
    สมาชิก
    เป็นการกินยาคุมแผงแรกในชีวิตค่ะ เริ่มทานยาคุมแบบ 28 เม็ดวันแรกของการมีประจำเดือน (4 กุมภา) ทานมาเรื่อยๆ และเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกหลังทานยาคุม โดยหลั่งข้างในในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ (วันที่13ของการกินยาคุม) หลังจากนั้นเริ่มมีเลือดออกกะปริบกระปอย เข้าใจว่าอาจเป็นปกติของการกินยาคุม เลือดสีคล้ำ (น้ำตาลเข้มมาก) เลือดออกไม่เยอะมาก ใส่ pantyliners เพื่อนกันเลอะยังได้อยู่ แต่หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ (วันที่21ของการกินยาคุม) เลือดเริ่มมากขึ้น ล้น pantyliners จนต้องใส่เป็นผ้าอนามัยแทน เลือดยังเป็นสีน้ำตาลคล้ำเหมือนเดิม จึงไม่มั่นใจว่าเริ่มเป็นประจำเดือนหรือเป็นเลือดทีออกมาจากช่องคลอดค่ะ เพราะเข้าใจว่าประจำเดือนจะต้องมาหลังจากกินเม็ดแป้งไป และถ้าไม่ใช่ประจำเดือน ประจำเดือนควรจะมาตอนไหนคะ (ตอนนี้กินเม็ดแป้งมา2เม็ดแล้วค่ะ) ขอบคุณมากค่ะ
    Aor96  พญ.นรมน
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณ Aor96

    การมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดในระหว่างที่กำลังมีการกินยาคุมกำเนิดอยู่นั้น อาจจะเกิดมาจาก ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคุมเอง ซึ่งมักออกแค่กระปริดกระปรอย เหมือนเลือดติดกางเกงใน และออกมาไม่เกิน 7 วันแล้วหยุดไปได้เอง หรือเป็นเลือดจากสาเหตุอื่นๆเช่น การติดเชื้อที่ปากมดลูกหรือมดลูก การมีเนื้องอกที่มดลูกหรือปากมดลูก อวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานอักเสบส่วนภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์คิดถึงได้น้อยถ้ากินยาคุมกำเนิดต่อเนื่อง

    ส่วนเลือดประจำเดือนนั้น ควรจะมาภายในช่วงยาที่เป็นเม็ดแป้ง ปกติจะอยู่ที่เม็ดที่ 22-28 จากที่กล่าวมานั้น เลือดที่มาตอนวันที่ 21 ของการกินยาคุมก็อาจเป็นเลือดประจำเดือนได้

    ให้สังเกตอาการค่ะ ว่าถ้าเป็นเลือดประจำเดือนก็ควรออกติดต่อกันไม่เกิน 7 วันแล้วหยุด ถ้าไม่สบายใจ ก็อาจซื้อชุดตรวจครรภ์ทางปัสสาวะมายืนยันก่อนจะเริ่มยาแผงใหม่ และถ้ายังมีเลือดออกผิดปกติต่อเนื่อง ที่ดูไม่น่าจะเป็นจากผลข้างเคียงของยา ควรไปตรวจกับแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป