ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad

มีเพศสัมพันธ์แล้วถุงยางรั่ว กินยาคุมฉุกเฉินได้อีกไหม

Sson Ssonสมาชิก

May 18, 2019 at 09:02 PM

เมื่อวันที่ 18 พค. ผมมีเพศสัมพันกับแฟนแล้วสำเร็จความไคร่ข้างใน และทำต่อสักพักแต่อวัยวะเพศของผมยังไม่อ่อนตัวและถุงยางไม่ได้หลุด หลังจากนั้นก็ดึงถุงยางออกมาใส่น้ำบีบๆเขย่าๆดูก็ไม่พบการรั่วไหล ก็เลยทิ้งไว้บนหลังตู้แต่ถุงยางตกลงพื้น หลังจากแต่งตัวเสร็จผมก็ลองหยิบขึ้นมาบีบอีกครั้งปรากฏว่ามีรูเล็กๆ 2 รู บริเวณข้างๆของตัวถุงยาง หลังจากนั้นตัวผมก็กังวลว่าจะท้องเลยจะให้แฟนกินยาคุมฉุกเฉิน แต่เท่าที่แฟนทราบคือยาคุมฉุกเฉินนี้ไม่ควรกินเกิน 2 ครั้งในชีวิตซึ่งแฟนผมเคยกินไป 2 ครั้งแล้ว ควรทำยังไงดีครับ 

ประจำเดือนแฟนมาวันที่ 3 พค. มาทุกๆเดือนแต่ปกติจะมาเป็นเวลา 35 วันถึงประจำเดือนจะมาเป็นแบบนี้ทุกเดือน อยากทราบว่าช่วงเวลาที่มีเพศสัมพันคือ 18 พค. เป็นช่วงเวลาไข่ตกหรือป่าวครับ

เสริมครับคือหลังจากมีเพศสัมพันไปสักระยะแฟนมีเมือกสีใสๆ ยืดๆ ออกจากช่องคลอดครับ

พญ.นรมน แพทย์

May 19, 2019 at 08:41 PM

สวัสดีค่ะคุณ Sson Sson

ปกติไข่จะตกประมาณวันที่ 14 ของรอบเดือน โดยรอบเดือนจะเริ่มนับจากวันแรกที่มีประจำเดือนค่ะ ดังนั้นหากมีประจำเดือนวันที่ 3 พค. ไข่ก็อาจจะตกประมาณวันที่ 17-18 พค. 

การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือถ้าใช้ถุงยางแล้วมีการขาดหรือรั่วอาจทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ จึงอาจมีข้อบ่งชี้ในการรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินคือการรับประทานยาคุมกำเนิดที่มีขนาดฮอร์โมนเพศหญิงในปริมาณที่สูงหลังการมีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ จะได้ผลดีที่สุดเมื่อรับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ ถ้ากินเลยจากนี้ ประสิทธิภาพจะได้ไม่ถึงตามที่กล่าวกันไว้คือประมาณ  85-95% คือยิ่งกินช้า ประสิทธิภาพของยาก็จะลดลงเรื่อยๆ 

การรับประทานยาคุมฉุกเฉินอาจทำให้

-ประจำเดือนมาผิดปกติหรือมีเลือดออกจากช่องคลอดก่อนมีประจำเดือน

-คัดตีงหน้าอก

-คลื่นไส้ อาเจียน

-ปวดท้อง

-ปวดศีรษะ

โดยไม่มีจำนวนครั้งว่าห้ามกินยาคุมฉุกเฉินเท่าไรครั้งในชีวิตค่ะ สามารถใช้ได้ถ้ามีข้อบ่งชี้ แต่ไม่ควรรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินโดยไม่จำเป็นหรือบ่อยจนเกินไป เนื่องจากมีผลข้างเคียงมากดังกล่าวไป อีกทั้งประสิทธิภาพต่ำ

แนะนำให้สังเกตประจำเดือนในรอบถัดไปว่ามาตามปกติหรือไม่ หากมาช้ากว่า 35 วัน ควรไปพบสูตินรีแพทย์หรือลองซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจเองเบื้องต้น และถ้าจะมีเพศสัมพันธ์ควรจะป้องกันไว้ก่อนเช่นใช้ยาคุมแบบแผง หรือฉีดยาคุม หรือฝังยาคุม หรือป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์ด้วยการใช้ถุงยางอนามัยที่ไม่ขาด ไม่รั่วและใช้ตลอดการมีเพศสัมพันธ์

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม