
Oct 27, 2020 at 11:24 AM

Oct 27, 2020 at 11:24 AM

Oct 27, 2020 at 04:16 PM
สวัสดีค่ะคุณ Teeny555
โรค HIV เป็นภาวะการติดเชื้อไวรัส HIV ที่จะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันบกพร่องจนถึงแก่ชีวิตได้ โดยเป็นไวรัสที่ติดต่อกันผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันด้วยถุงยางอนามัย การสัมผัสสารคัดหลั่งจากเยื่อบุตา ปาก อวัยวะเพศของกันและกัน การใช้ของมีคมร่วมกัน หรือของใช้ส่วนตัวที่มีสารคัดหลั่งติดอยู่ร่วมกัน การที่สารคัดหลั่งหรือเลือดมาโดนแผลเปิดขนาดใหญ่ที่ผิวหนัง จึงควรหลีกเลี่ยงการรับเชื้อผ่านทางช่องทางดังกล่าว
การตรวจว่ามีการติดเชื้อ hiv หรือไม่นั้นมีหลายวิธี เช่น การตรวจเชื้อ hiv เองเลย แต่ไม่นิยมทำ ผลแน่นอนภายใน 7-10 วันหลังมีความเสี่ยง การตรวจภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ hiv ให้ผลแน่นอนมากกว่า 99% ที่ 3 เดือน ถ้าตรวจที่ช่วง 1 เดือนในบางคนภูมิต่อเชื้ออาจจะยังไม่ขึ้น หรือตรวจทั้งภูมิคุ้มกัน hiv กับเชื้อไปร่วมกัน จะให้ผลที่แน่นอนที่ประมาณ 14-21 วันหลังมีความเสี่ยง
ดังนั้นหากตรวจด้วยน้ำยา gen4 ซึ่งก็คือการตรวจทั้งเชื้อและภูมิไปพร้อมๆกันที่ 6 เดือนหลังมีความเสี่ยงนั้น หากให้ผลลบก็น่าจะไม่ได้มีการติดเชื้อจริงๆ การดื่มนมพร้อมยาไปนั้น ไม่น่าจะมีผลต่อประสิทธิภาพของยามากนัก การมีต่อมน้ำเหลืองโตหลายก้อนมีสาเหตุอื่นๆที่เป็นไปได้หลายอย่างเช่นต่อมน้ำเหลืองโตจากการอักเสบหรือติดเชื้อ วัณโรคต่อมน้ำเหลือง หรือก้อนจากผิวหนังหรือชั้นไขมัน เป็นต้น โอกาสที่ตรวจเลือด 6 เดือนหลังเสี่ยงแล้วให้ผลลบลวงนั้นมีได้น้อยมากๆ และหากได้รับยา pep ครบ 28 วันจะลดโอกาสรับเชื้อลงไปได้มาก
หากยังไม่สบายใจ แนะนำพบแพทย์ที่ดูแลโดยตรงเพื่อพูดคุยประเมินความเสี่ยง และอาจเจาะดูภูมิคุ้มกันต่อ HIV โดยตรงเลยร่วมด้วยอีกครั้งค่ะ