ถามแพทย์

  • ควรไปฉีดยาไหมคะ

  •  forevt
    สมาชิก
    ช่วงเดือนพฤศจิกายนโดนสุนัขเลี้ยงกัด เลยไปฉีดยาพิษสุนัขบ้ามา ครบ 5 เข็มค่ะ รวมบาดทะยักด้วย หลังจากนั้นช่วงเดือนธันวาคม โดนกัด มีแผล เลยไปฉีดยากระตุ้น แล้วเดือนเมษายน โดนสุนัขเลี้ยงตัวเดิมกัดอีก มีแผล เลือดออกเล็กน้อย จึงไปหาคุณหมอ ฉีดยากระตุ้น 1 เข็ม ถัดจากนั้นเดือนพฤษภาคม โดนสุนัขเลี้ยงตัวเดิมกัด แต่คุณหมอบอกว่าไม่ต้องฉีดยา เนื่องจากเพิ่งฉีดมา และแผลเล็ก จนกระทั่งเมื่อวานนี้ โดนแมวข่วนเนื่องจากไปจับท้องมัน แต่เป็นแมวจรจัด ซึ่งมีแผลเล็กมากเหมือนเข็มจิ้มแค่1จุดที่ฝ่ามือ ตอนโดนแดงนิดหน่อย แต่ตอนนี้ไม่แดงแล้ว ควรไปฉีดวัคซีนกระตุ้นอีกไหมคะ(ตอนนี้ผ่านมา 2 เดือนหลังกระตุ้น) เพราะคราวที่แล้วไปก็เสียเที่ยว เลยอยากสอบถามคุณหมอก่อนค่ะ
    forevt  พญ.นรมน
    แพทย์

     สวัสดีค่ะคุณ forevt

    โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่เกิดจากการถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมข่วนหรือกัดจนมีแผลเลือออกหรือรอยแดง หรือเยื่อบุของเราไปสัมผัสกับน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ

    ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลกนั้นระบุว่า หากมีการสัมผัสโรคซ้ำ ก็คือถูกสัตว์กัดซ้ำภายใน 3 เดือน ไม่ต้องรับวัคซีนซ้ำ แต่แนวทางของประเทศไทยยังคงยึดหลักให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นหลังถูกกัด โดยถ้าถูกกัดซ้ำภายใน 6 เดือนให้ฉีดกระตุ้นแค่ 1 เข็มเข้ากล้าม ถ้าเกิน 6 เดือนให้ฉีด 2 เข็มที่วันที่ 0 และ 3 เพราะในประเทศไทยเป็นถิ่นระบาดของโรคค่ะ 

    บางกรณีเช่นแผลเล็กน้อยมาก และเพิ่งฉีดกระตุ้นภายในเวลาประมาณไม่เกิน 1 เดือน แพทย์อาจพิจารณาที่จะไม่ฉีดซ้ำ แต่หากผ่านมา 2 เดือนแล้ว ก็ควรจะฉีดกระตุ้นซ้ำ แต่ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ที่ดูแลโดยตรงด้วยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะไปเสียเที่ยว ควรจะไปให้แพทย์ยืนยันโดยดูแผลประกอบด้วยจะดีกว่า เบื้องต้นใช้น้ำเปล่าสะอาดล้างมากๆ ใช้ผ้าสะอาดปิดไว้ และระวังการถูกสัตว์กัดซ้ำบ่อยๆค่ะ