ถามแพทย์

  • ขาบวมข้างเดียว

  • ขาบวมข้างเดียว มีอาการคันบริเวณหน้าขาก่อนจะบวม พอเกาแล้ววันต่อมามีอาการบวมตึงและมีการคันเป็นบางเวลา ถ้าเกาจะรู้สึกแสบๆคันๆ มีการบวมลงไปถึงข้อเท้า ไม่มีตุ่มขึ้น ก่อนหน้านี้เคยเป็นมาครั้งนึงแล้วหายไปเองครับ

    สวัสดีค่ะ คุณ อ้าย สน ฅน สยาม,

                       หากขาที่บวม เป็นเฉพาะบางส่วนของขา คือไม่ได้บวมทั้งขา ไม่ได้มีอาการบวมจากปลายเท้าขึ้นมา อีกทั้งมีอาการแสบๆ คันที่ผิวหนัง ก็อาจเกิดจากการแพ้หรือระคายเคืองที่ผิวหนัง หรือจากการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย ทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังเกิดการบวม มีอาการคันและแสบได้ ซึ่งก็จะหายไปได้เองค่ะ นอกจากนี้ อาจเกิดจากการติดเชื้อที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อ แต่ก็จะมีอาการปวด ผิวหนังแดงร้อนร่วมด้วย

                        แต่หากมีอกาารบวมทั้งขา รวมถึงที่เท้าด้วย อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น

                   1. การยืนหรือนั่งห้อยขาเป็นเวลานานๆ แต่ขามักจะบวมทั้ง 2 ข้าง และเมื่อได้มีการเคลื่อนไหวของขา หรือยกขาสูง อาการบวมก็จะหายไป  

                   2. มีไตเรื้อรัง หรือไตวาย แต่มักมีอาการบวมที่หน้าด้วย และมักบวมที่ขาทั้ง 2 ข้าง นอกจากนี้จะต้องมีอาการอื่นๆ อีก เช่น ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะน้อยกว่าปกติ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย เป็นต้น

                    3. ภาวะหัวใจวาย แต่ขาจะบวมทั้ง 2 ข้าง และมีอาการอื่นๆ อีก เช่น  แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย หายใจลำบาก นอนราบไม่ได้ เป็นต้น

                    4. เกิดลิ่มเลือดอุดตันที่ขา ขาจะรู้สึกร้อนกว่าปกติ หรือคลำหลอดเลือดได้เป็นเส้นแข็ง หากกระดกเท้าขึ้นจะปวดที่บริเวณน่อง มักมีปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิด เช่น หลังผ่าตัด ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว เป็นโรคภูมิแพ้ตนเองชนิดต่างๆ มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นต้น

                    5. น้ำเหลืองคั่งจากท่อน้ำเหลืองอุดตัน ซึ่งมีสาเหตุ เช่น โรคเท้าช้าง โรคมะเร็งชนิดต่างๆ เป็นต้น ซึ่งก็ต้องมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย

                    แนะนำให้ลองนอนยกขาสูงดูก่อน คือใช้หมอนรองที่เท้าและน่องไว้ในขณะที่นอน ไม่นั่งหรือยืนนานๆ เมื่อต้องนั่งนาน ให้ลุกขึ้นยืนเป็นระยะๆ หรือกระดกข้อเท้าขึ้นลง เป็นต้น หากอาการขาบวมไม่หายไป หรือเป็นมากขึ้น หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วม เช่น ปวดบริเวณที่บวม เป็นต้น ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจค่ะ