ถามแพทย์

  • คิดฆ่าตัวตาย ได้กินน้ำยาล้างห้องน้ำไป 2 เดือนแล้ว เมื่อคืนมีอาการแสบตั้งแต่คอถึงท้อง เป็นผลจากการกินไปไหม

  •  Thanwalai june
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะคุณหมอเหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม2564ที่ผ่านมาหนูทานน้ำยาล้างน้ำเป็ดโปรสีม่วงไป4-5อึกแล้วงล้วงคอให้อาเจียนรอบแรกไม่เป็นไรรอบ2มีเลือดออกมาเป็นจำนวนมากแล้วป้าก็จับกรอกไข่ไก่ดิบ1ฟอง หนูโทรเรียกรถพยาบาลไปนอนให้น้ำเกลือ1คืนงดน้ำงดอาหารหนูเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ ตอนนี้ผ่านมา2เดือน9วันเมื่อคืนหนูมีอาการหายใจแสบบริเวณที่น้ำลงผ่านในคอลงถึงท้องรู้อยากอาเจียนหัวใจเต้นเร็วพอนอนรู้สึกแสบในท้องขึ้นมาลำคอเหมือนมีน้ำไหลตีขึ้นมากินของเผ็ดแต่เผ็ดระดับเด็กกินรู้สึกแสบท้องตั้งแต่ปากลงถึงท้องแสบนานมากๆค่ะ นี่คือผลข้างเคียงของการกินน้ำยาล้างห้องน้ำแล้วล้วงคอให้อาเจียนออกมาใช่ไหมคะ ตั้งแต่เข้าและออกจากโรงพยาบาลหนูไม่เคยส่องกล้องดูแผลข้างใน มีแต่เอ็กซ์เรย์ก่อนกลับบ้านค่ะ ตอนนี้หนูหายใจรู้สึกแสบมากๆค่ะลิ้นยังไม่รู้รสชาติเท่าไหร่ค่ะ หนูอนุญาตให้นำเรื่องนี้ไปเผยแพร่เพื่อเป็นอุทาหรณ์ของคนที่คิดฆ่าตัวตายแล้วกินน้ำยาล้างห้องน้ำว่าไม่สมควรทำค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Thanwalai june,

                       การกินน้ำยาล้างห้องน้ำ ซึ่งมีความเป็นกรด ถือเป็นกลืนสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เมื่อกลืนแล้ว จะเกิดเหตุการณ์ตามลำดับดังนี้

                       1. ในช่วง 4 วันแรก เซลล์เกิดการตายและเนื้อเยื่อที่ดีรอบๆ เซลล์ที่ตายมีขบวนการอักเสบเกิดขึ้น ส่วนปัญหาแทรกซ้อนที่สำคัญ ได้แก่ หายใจไม่ออก จากกล่องเสียงที่บีบรัดตัว  (laryngospasm) มีการสำลักกรดเข้าไปในปอดทำให้ปอดบวม  เกิดภาวะเลือดเป็นกรด และถ้าผู้ป่วยมีภาวะขาดน้ำร่วมด้วย ก็อาจทำให้้เกิดภาวะไตวายได้

                       2. การเกิดแผลและเนื้อเยื่อใหม่ เริ่มเกิดในวันที่ 3-5 หลังการบาดเจ็บ เนื้อเยื่อที่ตายหลุดลอกออก เกิดเป็นแผลที่ผิวเยื่อบุทางเดินอาหาร ก้นแผลมีการอักเสบ ในชวงนี้ ผนังของหลอดอาหารจะบางและอ่อนแอ ง่ายต่อการทะลุ

                       3. การหายของแผลและกลายเป็นแผลเป็น เริ่มเกิดในสัปดาห์ที่  2-3 จะมีการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันมากขึ้นและหนาขึ้น ทำให้หลอดอาหารหดสั้นและตีบแคบ ซึ่งจะมีโอกาสเกิดหลอดอาหารตีบประมาณ 60% ภายในช่วง 1 เดือน  และเกิดประมาณ 80% ภายใน 2 เดือน แต่หากผ่านไป 8 เดือนแล้ว ไม่มีหลอดอาหารตีบ ก็ไม่น่าเกิดขึ้นแล้ว

                        ทั้งนี้ หากผ่านมา 2 เดือนแล้ว ก็จะอยู่ในช่วงระยะการหายของแผลแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดหลอดอาหารตีบได้ ซึ่งอาการคือการกลืนลำบาก กลืนติด กลืนแล้วเจ็บหน้าอก เป็นต้น 

                        สำหรับอาการแสบตั้งแต่ปากไปจนถึงท้อง แต่หากยังไม่มีอาการกลืนลำบาก กลืนแล้วติด ก็ยังไม่น่ามีการตีบของหลอดอาหารเกิดขึ้น แต่น่าจะเป็นอาการของกรดไหลย้อน ร่วมกับการมีกระเพาะอาหารอักเสบ ซึ่งก็อาจเป็นผลต่อเนื่องมาจากการกินน้ำยาล้างห้องน้ำได้ 

                        ในช่วงนี้ แนะนำควรดูแลแบบโรคกรดไหลย้อนไปก่อน ได้แก่ การเลือกทานอาหารที่ย่อยง่าย ไม่ทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอดต่างๆ อาหารผัด ไม่ทานอาหารรสจัด ไม่ทานเผ็ด ควรเคี้ยวช้าๆ ให้ละเอียด ไม่ทานและกลืนเร็ว ไม่ทานอาหารครั้งละปริมาณมากเกินไป ไม่ดื่มน้ำอัดลม อัดแก๊สต่างๆ รวมถึงชา กาแฟ โกโก้ แอลกอฮอล์ และไม่ควรทานอาหารแล้วนอนทันที ต้องเว้นระยะไปอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ห้ามทานยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDs เช่น แก้ปวดเมื่อย ปวดข้อ ปวดประจำเดือน เป็นต้น 

                         หากอาการยังไม่ดีขึ้น ก็ควรกลับไปพบแพทย์ที่เคยดูแลรักษาเรื่องการกินน้ำยาล้างห้องน้ำมาก่อน

                         สำหรับโรคซึมเศร้าที่เป็นอยู่ ควรไปรักษากับจิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพราะหากไม่ได้รับการทานยารักษา อาการอาจกำเริบ และอาจทำให้คิดหาวิธีทำร้ายตนเองได้อีกค่ะ ดังนั้น ควรไปรับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ในที่สุดก็จะหายได้เหมือนกับโรคอื่นๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ