สวัสดีค่ะ คุณ ชื่อ เอก,
หากมีเพศสัมพันธ์วันที่ 14 ก.พ. แล้วได้ทานยาคุมฉุกเฉินวันที่ 15 ก.พ. เวลา 12.00 น. ยาคุมฉุกเฉินก็จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 85%
ส่วนการมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 17 ก.พ. ยาคุมฉุกเฉินที่ได้ทานไปในวันที่ 15 นั้น จะไม่สามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้แล้วค่ะ เพราะฤทธิ์ของยาคุมฉุกเฉินจะอยู่ไม่นานเกิน 12 ชั่วโมงค่ะ ส่วน 72 ชั่วโมงนั้น หมายถึงว่า หากมีเพศสัมพันธ์มาแล้วไม่เกิน 72 ชั่วโมง ยาคุมฉุกเฉินก็ยังจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้อยู่ค่ะ แต่เมื่อทานไปแล้ว ฤทธิ์จะอยู่ไม่เกิน 12 ชั่วโมงค่ะ
อย่างไรก็ตาม หากใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2%-18% ซึ่งหากถุงยางอนามัยไม่รั่ว ก็ไม่จำเป็นต้องทานยาคุมฉุกเฉินไปอีกค่ะ
หลังจากนี้ หากจะมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ ก็ไม่ใช้ยาคุมฉุกเฉินเป็นประจำ เพราะจะมีผลต่อการทำงานของรังไข่ ทำให้มีเลือดออกผิดปกติ และประจำเดือนมาผิดปกติได้ อีกทั้งประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินก็ไม่ถือว่าดีมากนักเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น ซึ่งวิธีเหล่านี้ จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากกว่า 99% ในขณะที่ยาคุมฉุกเฉินจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 58%-95% ค่ะ