ถามแพทย์

  • การเพิ่มปริมาณยาเพื่อลดความดันฯเบื้องต้นเองถูกต้องหรือไม่?

  •  Suthem
    สมาชิก

    สวัสดีครับ/รบกวนขอคำแนะนำด้วยครับ โดยมีข้อมูลประกอบดังนี้ครับ
    คุณแม่มีประวัติรักษาต่อเนื่องที่ รพ.ชุมชนอำเภอ และรพ.ศูนย์ที่ตัวจังหวัด ขณะนี้ส่งตัว/พักรักษาโรคตา ที่กรุงเทพฯ แล้วมีอาการดังนี้(คนไข้ยังไม่สามารถไปพบแพทย์ที่ รพ.เดิมที่ ตจว.ได้ครับ)
    อาการผิดปกติปัจจุบัน:
    -คนไข้มีอาการปวดศรีษะด้านบนช่วงประมาณ 5 ทุ่มถึงตี 2 แล้วหายไปเอง(ขณะปวดไม่ได้ตรวจวัดความดัน)
    --------------------------------
    การตรวจสอบเองเบื้องต้น:
    -ทำการวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องวัดแบบพกพาเองได้ค่าแต่ละช่วงด้านล่างครับ
    --------------------------------
    การดำเนินการเองเบื้องต้น:
    -เพิ่มปริมาณยาลดความดันโลหิต แอม-โล-ดิ-ปีน
    --------------------------------
    *** คำถาม ***
    -หากสาเหตุการปวดศรีษะเกิดจากความดันโลหิตสูง การดำเนินการเบื้องต้นถูกต้องหรือไม่และปริมาณเหมาะสมหรือไม่ เพราะผลความดันฯยังสูงอยู่
    -หากจำเป็นต้องใช้ยาลดความดันฯตัวอื่นควบคู่อีก จะสมควรหรือไม่ ขอคำแนะนำด้วยครับ
    --------------------------------
    ค่าความดันโลหิตปัจจุบันที่วัดได้(ขณะวัดไม่รู้สึกปวดหัว)
    5-9/12/60 กินยาลดความดันโลหิต แอม-โล-ดิ-ปีน 5mg เช้า, ตามแพทย์สั่ง
    5/12/60 08.00 น.วัดได้ 131/61
    5/12/60 18.00 น.วัดได้ 139/66

    6/12/60 08.00 น.วัดได้ 199/87
    6/12/60 08.45 น.วัดได้ 136/70
    6/12/60 16.00 น.วัดได้ 168/83

    7/12/60 11.20 น.วัดได้ 139/68

    9/12/60 12.30 น.วัดได้ 159/72 กลางคืนมีอาการปวดที่กลางหัวด้านบนแล้วหายไปเอง

    10/12/60 กินยาลดความดันโลหิต แอม-โล-ดิ-ปีน 5mg เช้า,ตามแพทย์สั่ง(เพิ่มปริมาณเช้า 5mg และเย็น 10mg อีกรวมทั้งวัน 20mg)

    10/12/60 08.00 น.วัดได้ 187/72
    10/12/60 09.30 น.วัดได้ 193/87
    10/12/60 14.00 น.วัดได้ 150/74
    10/12/60 17.00 น.วัดได้ 161/75
    10/12/60 17.00 น.วัดได้ 161/75
    10/12/60 17.30 น.วัดได้ 145/81
    10/12/60 18.00 น.วัดได้ 148/75
    10/12/60 20.00 น.วัดได้ 174/83
    10/12/60 21.30 น.วัดได้ 156/80
    กลางคืนมีอาการปวดที่กลางหัวด้านบนแล้วหายไปเอง

    11/12/60 กินยาลดความดันโลหิต แอม-โล-ดิ-ปีน 5mg เช้า,ตามแพทย์สั่ง(เพิ่มปริมาณเช้า 5mg และเย็น 10mg อีกรวมทั้งวัน 20mg)
    11/12/60 13.30 น.วัดได้ 137/66
    11/12/60 19.00 น.วัดได้ 151/74 
    กลางคืนมีอาการปวดที่กลางหัวด้านบนแล้วหายไปเอง

    12/12/60 กินยาลดความดันโลหิต แอม-โล-ดิ-ปีน 5mg เช้า,ตามแพทย์สั่ง(เพิ่มปริมาณเช้า 5mg อีกรวมทั้งวัน 10mg)
    12/12/60 06.20 น.วัดได้ 139/67
    12/12/60 08.00 น.วัดได้ 143/68
    12/12/60 10.40 น.วัดได้ 118/60
    12/12/60 12.00 น.วัดได้ 113/58
    12/12/60 14.00 น.วัดได้ 134/60
    12/12/60 16.00 น.วัดได้ 133/69
    12/12/60 17.30 น.วัดได้ 121/58
    12/12/60 20.00 น.วัดได้ 140/71
    12/12/60 21.45 น.วัดได้ 154/73

    13/12/60 กินยาลดความดันโลหิต แอม-โล-ดิ-ปีน 5mg เช้า,ตามแพทย์สั่ง(เพิ่มปริมาณเช้า 5mg อีกรวมทั้งวัน 10mg)
    13/12/60 07.00 น.วัดได้ 139/66
    13/12/60 10.00 น.วัดได้ 142/65
    13/12/60 12.00 น.วัดได้ 140/65
    อยู่ระหว่างตวจติดตามความดันฯต่อเนื่องต่อครับ
    --------------------------------
    ข้อมูลคนไข้
    เพศ หญิง
    อายุ 78 ปี
    น้ำหนักประมาณ 39 ก.ก.
    สูงประมาณ 145 ซ.ม.
    --------------------------------
    โรคประจำตัว
    1)โรคไทรอยด์
    2)โรคซีด
    3)โรคความดันโลหิตสูง
    4)โรคไต, เหลือประสิทธิภาพประมาณ 30%
    5)โรคต้อหินตาทั้ง 2 ข้าง(ด้านขวาสูญเสียการมองเห็น, ตาด้านซ้ายอ่านตัวเลขที่ทดสอบได้เพียง 2 แถวบน)
    6)โรคต้อกระจกตาข้างซ้าย
    --------------------------------
    ประวัติการรักษา
    -โรคไทรอยด์,โรคซีด,โรคความดันโลหิตสูง,โรคไต รักษาที่ รพ.ชุมชนประจำอำเภอ, รพ.ศูนย์ที่จังหวัด(บางช่วงตามความเห็นแพทย์)
    -โรคต้อหิน, โรคต้อกระจก ส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.จุฬาฯ เมื่อเดือน ก.ค.2560 (ผ่าตัดต้อหินข้างซ้ายเมื่อ 9 ส.ค.2560, นัดผ่าตัดต้อกระจกข้างซ้าย 29/1/2561)
    --------------------------------
    ประวัติการใช้ยา, ตามแพทย์สั่ง
    2/10/60 งดยา ซิม-วาส-แต-ติน
    9/11/60 งดยา เอสไพริน, ยาธาตุเหล็ก
    9/11/60 งดยา ไฮ-ดรา-ลา-ซีน 50mg/วัน 
    --------------------------------
    ประวัติแพ้ยา/ไม่มี
    --------------------------------
    ยากินที่ใช้ปัจจุบัน, ตามแพทย์สั่ง
    -ยาไทรอยด์, เล-โว-ไท-รอก-ซีน 100mcg 1 เม็ด, ก่อนอาหารเช้า
    -ยาลดความดันโลหิต, แอม-โล-ดิ-ปีน 5mg, หลังอาหารเช้า
    -วิตามินบำรุง, วิตามินบี คอมเพล็ก 1 เม็ด, หลังอาหารเช้า
    -บำรุงเลือด, โฟ-ลิก 1 เม็ด, หลังอาหารเช้า

    ยาหยอดที่ใช้ปัจจุบัน, ตามแพทย์สั่ง
    ลดความดันตาขวา
    -Azopt(brinzolamide 1%) Sterile ophthalmic suspension 
    เอซ็อป(น้ำยาแขวนตะกอนสำหรับหยอดตา บรินโซลามายด์) 1%
    -Timolol maleate eye drops, 0.5% (ยาหยอดตา ทิโมลอล มาลีเอท, 0.5%)

    เจลแทนน้ำตาตาซ้าย-ขวา
    -Vidisic Gel วิดีสิค เจล (ยาเจลหยอดตาสำหรับทดแทนน้ำตา)

    น้ำตาเทียม ปราศจากสารกันบูดตาซ้าย-ขวา
    -Tears naturale free เทียร์ส แนทเชอราล ฟรี

    บรรเทาอาการอักเสบตาซ้าย
    -Pred Forte เพรดฟอร์ท
    --------------------------------

    สวัสดีค่ะ คุณ Suthem @อาการปวดศีรษะสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การปวดศีรษะแบบเทนชั่น, การปวดศีรษะไมเกรน, พยาธิสภาพที่สมอง, ปวดจากการมีไข้, ปวดศีรษะจากความเครียด, จากการอักเสบรอบๆศีรษะ เช่น ฟันผุ หูอักเสบ ไซนัสอักเสบ กล้ามเนื้อคออักเสบ เป็นต้น **กรณีของคุณ Suthem ยังระบุสาเหตุของอาการปวดศีรษะไม่ได้นะคะ. แนะนำว่าหากมีอาการปวดศีรษะให้รับประทานยาพาราเซตามอลและนอนพัก ซึ่งหากอาการปวดศีรษะเป็นเรื้อรัง และมีอาการกำเริบบ่อยหรืออาการรุนแรง จนรบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสมค่ะ ไม่ควรปรับยาลดความดันโลหิตเอง เพราะอาจทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ จนมีอาการวูบหมดสติหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นได้ค่ะ
    Suthem  Suthem
    สมาชิก

    ครับ, ขอบคุณมากครับ