ข้อควรรู้ก่อนผ่าตัดกราม

การตัดกราม หรือการผ่าตัดขากรรไกร กระบวนการผ่าตัดศัลยกรรมที่จะช่วยปรับลักษณะของขากรรไกรและฟันให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสวยงามของกราม ช่องฟัน และใบหน้าโดยรวมให้สมส่วนยิ่งขึ้น

ตัดกราม

การตัดกรามมีประโยชน์อย่างไร ?

การผ่าตัดกรามอาจมีวัตถุประสงค์ของการรักษา ดังนี้

  • ช่วยให้การกัดและเคี้ยวอาหารทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • ลดการสึกหรอและเสียหายของฟันที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลาหลายปี
  • แก้ไขความไม่สมดุลของใบหน้า ช่วยเพิ่มคางให้กับผู้ที่ไม่มีคาง รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาฟันบนยื่นกว่าฟันล่าง ฟันล่างยื่นกว่าฟันบน หรือมีฟันสบกันแบบไขว้
  • ซ่อมแซมแก้ไขใบหน้าตั้งแต่ส่วนกลางลงมาถึงส่วนล่างให้สมมาตรกัน
  • ช่วยแก้ไขรอยยิ้มเห็นเหงือก เนื่องจากปากปิดไม่สนิทหรือปากเปิดขึ้นจนเห็นเหงือกมากเกิน
  • แก้ปัญหาการยิ้มไม่เห็นฟัน เพราะริมฝีปากบดบังฟันไว้
  • ลดโอกาสการเกิดความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร รวมถึงปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับขากรรไกร
  • ช่วยรักษาใบหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจนเสียหาย หรือแก้ไขความผิดปกติของใบหน้า
  • รักษาผู้ป่วยโรคภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ใครบ้างที่สามารถผ่าตัดกรามได้ ?

ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดกรามต้องมีสุขภาพดี มีวุฒิภาวะพอที่จะสามารถยอมรับผลลัพธ์การผ่าตัดหรือภาวะแทรกซ้อนใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ และควรทำหลังช่วงอายุที่ร่างกายหยุดการเจริญเติบโตแล้ว โดยสำหรับผู้หญิงจะเป็นช่วงอายุประมาณ 13-15 ปี ส่วนในผู้ชายควรทำเมื่ออายุ 16-18 ปีเสียก่อน

เตรียมพร้อมก่อนผ่าตัดกราม

เริ่มแรกคือการพูดคุยปรึกษากับศัลยแพทย์ถึงผลลัพธ์การผ่าตัดกรามที่คนไข้ต้องการ โดยแพทย์จะแนะนำและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการต่าง ๆ ประโยชน์ในระยะยาว ความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจขึ้น ระยะเวลาการฟื้นตัวหลังผ่าตัด รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจของคนไข้ที่อาจไม่คุ้นชินกับรูปหน้าใหม่และเผชิญภาวะซึมเศร้า

ต่อมาจึงประเมินลักษณะขากรรไกรของผู้ป่วย เพื่อพิจารณาถึงเทคนิคการผ่าตัดและจัดตำแหน่งขากรรไกรที่เหมาะสมและตรงตามความต้องการของคนไข้ที่สุด เมื่อแน่ใจและเข้าใจตรงกันแล้วว่าควรใช้การผ่าตัดแบบใด จึงวางแผนการผ่าตัดทั้งหมด เริ่มจากการตรวจประเมินคนไข้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจร่างกาย ถ่ายภาพใบหน้าและลักษณะของขากรรไกรก่อนผ่าตัด ตรวจประเมินกระดูกของผู้เข้ารับการผ่าตัดด้วยการถ่ายภาพเอกซเรย์ รวมทั้งการพิมพ์ฟันเพื่อใช้ประกอบการวางแผนผ่าตัด

ทั้งนี้ก่อนถึงกระบวนการผ่าตัดจริง แพทย์จะรักษาโรคเหงือกและฟันผุในช่องปากให้เรียบร้อย รวมทั้งทำความสะอาดช่องปากเพื่อลดการอักเสบของเหงือกที่อาจตามมา และให้ข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร การสูบบุหรี่ ยาหรืออาหารเสริมที่ควรหลีกเลี่ยง นอกจากนี้ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรมีคนพากลับบ้านหลังการผ่าตัด ไม่ว่าการผ่าตัดนั้นจะต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลหรือไม่ก็ตาม

กระบวนการผ่าตัดกราม

การผ่าตัดกรามหรือขากรรไกรส่วนใหญ่สามารถทำการผ่าตัดภายในปากได้ จึงไม่ทำให้เกิดแผลเป็นบนใบหน้าบริเวณคางหรือปาก โดยแพทย์จะผ่าตัดกระดูกขากรรไกรแล้วจัดตำแหน่งให้ถูกต้องสวยงามยิ่งขึ้น เมื่อจัดตำแหน่งดีแล้ว แพทย์จึงยึดกระดูกให้อยู่ที่ตำแหน่งใหม่นี้ด้วยน็อตและแผ่นดามกระดูก น็อตที่ใช้นี้เป็นน็อตขนาดเล็กที่จะค่อย ๆ ผสานเข้ากับโครงสร้างของกระดูกเมื่อเวลาผ่านไป

ในบางกรณี แพทย์อาจใช้กระดูกจากส่วนอื่น ๆ ของผู้ป่วย เช่น กระดูกสะโพก ขา หรือกระดูกซี่โครง เข้าไปช่วยเสริมขากรรไกร แล้วใช้ลวดยึดไว้ชั่วคราว

ทั้งนี้ การศัลยกรรมซ่อมแซมปรับปรุงกรามหรือขากรรไกรทำได้ทั้งที่กรามส่วนบน ส่วนล่าง หรือทั้งกรามบนและล่าง

การตัดกรามบน เป็นการแก้ไขขากรรไกรบนที่ถอยร่นไปด้านหลัง การสบฟันแบบไขว้ ปัญหาการยิ้มแล้วเห็นฟันมากเกินหรือน้อยเกินไป รวมถึงปัญหาฟันสบเปิดที่มีช่องว่างระหว่างฟันหน้าเมื่อกัดฟัน

แพทย์จะตัดกระดูกบริเวณเหนือฟัน เพื่อให้ขากรรไกรส่วนบนทั้งหมด รวมถึงเพดานปาก และฟันบนเคลื่อนมารวมกันได้ และย้ายตำแหน่งขากรรไกรและฟันบนจนกว่าจะพอดีกับฟันล่าง เมื่อจัดตำแหน่งเรียบร้อยแล้วจึงยึดด้วยแผ่นดามกระดูกและน็อต

ด้านปัญหาฟันหน้าที่สบกันไม่สนิทนั้นเกิดจากกระดูกเหนือฟันกรามมีการเติบโตมากผิดปกติ ทำให้ฟันที่ควรจะเรียบเสมอกันเคลื่อนที่ทำมุม ทำให้แม้ฟันกรามจะสบกันเมื่อกัดฟัน แต่ก็ยังเหลือช่องว่างที่ฟันหน้าไว้ ส่งผลให้เคี้ยวอาหารลำบากขึ้น ผู้ป่วยที่มีปัญหานี้แพทย์สามารถแก้ไขให้ได้โดยการขูดหรือตัดกระดูกที่มากเกินออก

การตัดกรามล่าง ขากรรไกรล่างที่ร่นเข้าไปสามารถปรับแก้ด้วยการเจาะกระดูกขากรรไกรล่าง โดยศัลยแพทย์จะผ่าตัดที่บริเวณหลังฟันกรามและตามแนวยาวของกระดูกขากรรไกร เพื่อให้ขากรรไกรส่วนหน้าเคลื่อนมารวมตัวกัน เมื่อขากรรไกรเคลื่อนตัวไปสู่ตำแหน่งใหม่ดีแล้วจึงยึดด้วยน็อตไว้จนกระทั่งแผลหายดี

การศัลยกรรมคาง คนไข้ในรายที่มีกรามล่างถอยร่นเข้าไปรุนแรงมักทำให้มีคางเล็กไปโดยปริยาย การแก้ไขสามารถใช้การศัลยกรรมคาง โดยมีกระบวนการคือ ตัดกระดูกคางแล้วยึดไปสู่ตำแหน่งใหม่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ศัลยแพทย์อาจปรับเปลี่ยนขากรรไกรและปรับโครงสร้างของคางร่วมด้วย

หลังการผ่าตัดกราม

เมื่อการตัดกรามเรียบร้อย ผู้ป่วยมักต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1-2 วัน ส่วนการพักฟื้นเมื่อกลับมารักษาตัวที่บ้านแล้วอาจใช้เวลา 3-6 สัปดาห์

หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยที่การสบกันของฟันมีการเปลี่ยนแปลง ควรต้องไปพบศัลยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดทันที โดยแพทย์อาจใช้ยางช่วยปรับการสบของฟันให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องจนกว่ากระบวนการรักษาตัวของกระดูกจะเรียบร้อย ในช่วงแรกนี้ ผู้ป่วยจึงควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ เช่น โจ๊ก หรือข้าวต้มไปก่อน ยังไม่ควรรับประทานอาหารที่ต้องเคี้ยว เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสบของฟัน

สำหรับผู้ป่วยที่รักษาควบคู่กับการจัดฟัน โดยมากทันตแพทย์จะติดเหล็กจัดฟันให้ก่อนการผ่าตัด โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 9-18 เดือน เพื่อปรับการเรียงตัวของฟันให้สวยงาม และนำออกเมื่อการผ่าตัดมาถึง ก่อนจะกลับไปใส่อุปกรณ์จัดฟันอีกครั้งใน 4-8 สัปดาห์หลังผ่าตัดกราม การจัดฟันครั้งหลังนี้มักจะเสร็จสิ้นภายในเวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่แผลผ่าตัดหายสนิทพอดี โดยรวมระยะเวลาในการจัดฟันทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 12-24 เดือน

การตัดกรามมีความเสี่ยงหรือไม่ ?

การผ่าตัดกรามสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ ซึ่งศัลยแพทย์จะพูดคุยและทำความเข้าใจกับผู้ที่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดกรามถึงความเสี่ยงที่เป็นไปได้ต่อไปนี้

  • การเสียเลือดมาก เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดใด ๆ ก็ตาม
  • การติดเชื้อ มักพบได้ไม่บ่อยในการผ่าตัดขากรรไกร
  • เส้นประสาทได้รับความเสียหาย อาจส่งผลให้รู้สึกชาชั่วระยะหนึ่งแล้วค่อย ๆ ดีขึ้น หรือเป็นอาการชาอย่างยาวนาน หรือปากเบี้ยว เป็นต้น
  • เกิดการคืนตัวของกระดูก ฟันกลับไปสบผิดปกติเหมือนเดิม
  • เกิดความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร
  • การแตกของกระดูกบริเวณที่ถูกผ่า
  • ผลข้างเคียงด้านจิตใจอย่างภาวะซึมเศร้าที่มักเกิดขึ้นฉับพลันหลังการผ่าตัด และมักรู้สึกดีขึ้นภายในไม่กี่วัน หรือคนไข้อาจไม่พอใจกับผลลัพธ์หรือยังไม่คุ้นชินกับลักษณะรูปกรามใหม่ ทั้งนี้สามารถปรึกษาพูดคุยกับศัลยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดถึงปัญหาดังกล่าว