ขลิบหนังหุ้มปลาย เป็นอย่างไร ดีจริงไหม

ขลิบหนังหุ้มปลาย (Circumcision) คือการผ่าตัดเอาผิวหนังที่หุ้มปลายอวัยวะเพศชายออก ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทำกันทั่วโลกสำหรับเด็กผู้ชายแรกเกิดและสามารถทำได้ทุกวัย โดยการขลิบหนังหุ้มปลายนั้นนิยมทำเพราะเป็นการกระทำที่สืบต่อกันมา ทำเพื่อสุขอนามัย หรือเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต แต่สำหรับหลาย ๆ คนอาจไม่เห็นถึงความจำเป็น และมองว่าการขลิบหนังหุ้มปลายอาจทำให้อวัยวะเพศชายเสียหายผิดรูปร่างไป

ขลิบหนังหุ้มปลาย

ทำไมจึงต้องขลิบหนังหุ้มปลาย ?

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย อาจมีความจำเป็นทางการแพทย์ เช่น เมื่อหนังหุ้มปลายแน่นเกินไปที่จะดึงกลับ หรือสำหรับบางรายอาจแนะนำให้มีการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนั้นการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง ดังต่อไปนี้

  • ดูแลสุขอนามัยได้ง่ายขึ้น การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายทำให้ง่ายในการทำความสะอาด
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ โดยปกติ ผู้ชายมีความเสี่ยงน้อยในการเกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ แต่จะพบมากในผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบหนังหุ้มปลาย การติดเชื้อที่รุนแรงในเบื้องต้นอาจนำไปสู่การเกิดปัญหาเกี่ยวกับไตในภายหลังได้
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ ผู้ชายที่ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ มักจะมีความเสี่ยงน้อยลงของการติดโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์บางชนิด รวมไปถึงเชื้อเอชไอวี (HIV) อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการป้องกันก่อนมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกวิธีอย่างการใช้ถุงยางอนามัย เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคติดต่อจากเพศสัมพันธ์
  • ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดของอวัยวะเพศชาย ในบางรายที่หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบ เปิดไม่ได้ (Phimosis) อาจนำไปสู่การติดเชื้อที่หนังหุ้มปลายหรือที่ปลายอวัยวะเพศ
  • ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งองคชาต แม้ว่ามะเร็งอวัยวะเพศชายจะมีน้อยมาก แต่จะเกิดขึ้นได้น้อยลงไปอีกในผู้ชายที่มีการขลิบหนังหุ้มปลาย นอกจากนั้น ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่มีการขลิบหนังหุ้มปลาย ก็อาจมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกน้อยกว่าปกติอีกด้วย

ข้อห้ามในการขลิบอวัยวะเพศชาย

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายไม่เหมาะกับผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด และไม่เหมาะกับเด็กที่คลอดก่อนกำหนดที่ยังต้องการการดูแลทางการแพทย์ที่โรงพยาบาล รวมไปถึงเด็กที่มีความผิดปกติของอวัยวเพศ เช่น ภาวะที่ท่อปัสสาวะเปิดต่ำกว่าปกติ (Hypospadia)

ขั้นตอนการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย

การขลิบหนังหุ้มปลายในทารกแรกเกิดมักทำตั้งแต่ที่โรงพยาบาล เมื่อทารกอายุได้ 1 วัน จนถึง 10 วัน หลังคลอด ซึ่งแพทย์จะอธิบายประโยชน์และความเสี่ยงในการขลิบหนังหุ้มปลาย แและให้งดรับประทานอาหารหรืองดดื่มน้ำก่อนทำการขลิบ

ขั้นตอนแรกของการขลิบหนังหุ้มปลาย จะให้เด็กนอนและรัดแขนขาเอาไว้ แพทย์จะทำความสะอาดอวัยวะเพศและบริเวณโดยรอบแล้วจึงฉีดยาชาที่ฐานของอวัยวะเพศหรืออาจใช้เป็นแบบทา จากนั้นจึงยืดหนังหุ้มปลายด้วยที่หนีบพิเศษ แล้วจึงเอาหนังหุ้มปลายออก หลังจากนั้นแพทย์จะใช้ครีมทาไว้ที่อวัยวะเพศ เช่น ปิโตรเลี่ยม เจลลี่ (Petroleum Jelly) และพันด้วยผ้าพันแผล โดยขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 10 นาที

ขั้นตอนการขลิบหนังหุ้มปลายของเด็กโตและผู้ใหญ่จะคล้ายกันกับของเด็กทารก แต่ใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่ หรืออาจต้องใช้ยาสลบ โดยในทารกมักใช้เพียงยาชาแบบเจลหรือยาชาเฉพาะที่สำหรับทารก และมักต้องทำการเย็บแผลร่วมด้วยเพื่อให้เลือดหยุด

การดูแลภายหลังจากขั้นตอนขลิบหนังหุ้มปลาย

หลังจากที่ขลิบหนังหุ้มปลายเรียบร้อยแล้ว โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน ในการฟื้นตัว บริเวณปลายอวัยวะเพศจะมีอาการเจ็บแสบและมีอาการบวมแดงหรือช้ำในช่วงต้น นอกจากนั้นอาจสังเกตเห็นคราบสีเหลืองที่บริเวณปลายของอวัยวะเพศ

ในขณะที่กำลังฟื้นฟูรักษาอยู่นั้น สามารถทำความสะอาดได้ปกติ สำหรับทารกควรเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อมพร้อมกับทาปิโตรเลี่ยม เจลลี่ที่ปลายอวัยวะเพศเพื่อไม่ให้ติดผ้าอ้อม ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยครั้งและใส่แบบหลวม ๆ และเมื่อแผลหายเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็สามารถล้างทำความสะอาดด้วยสบู่และน้ำในขณะอาบน้ำได้ปกติ

ความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนจากการขลิบหนังหุ้มปลาย

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยที่สุดจากการขลิบหนังหุ้มปลาย คือการมีเลือดออกและการติดเชื้อ รวมไปถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการใช้ยาสลบก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน

นอกจากนั้น มีบ้างที่อาจเกิดปัญหากับหนังหุ้มปลาย เช่น

  • หนังหุ้มปลายอาจถูกขลิบออกสั้นเกินไปหรือยาวเกินไป
  • หนังหุ้มปลายอาจฟื้นฟูได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • หนังหุ้มปลายอาจกลับไปยึดติดใหม่ ซึ่งอาจต้องได้รับการผ่าตัดซ่อม

ในทุกขั้นตอนของการผ่าตัดมีความเสี่ยง แต่ปัญหาที่เกิดกับการขลิบหนังหุ้มปลายจะพบได้ไม่บ่อยนัก โดยปัญหาหลักส่วนใหญ่จะเกิดในระยะสั้น ซึ่งได้แก่

  • มีเลือดออกหรือซึมจากการผ่าตัด
  • มีการติดเชื้อจากการขลิบหนังหุ้มปลาย หรือช่องของท่อปัสสาวะ
  • เกิดความระคายเคืองที่ส่วนปลายของอวัยวะเพศชายจากการสัมผัสกับปัสสาวะ

ในส่วนของปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะยาว ได้แก่ ท่อปัสสาวะตีบแคบ หรือเกิดแผลเป็นที่อวัยวะเพศชายจากการติดเชื้อและความผิดพลาดจากการผ่าตัด