ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
ครอบครัว

การนับลูกดิ้น เรื่องสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้

อัปเดตล่าสุด 25 ก.พ. 2566

การนับลูกดิ้นเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้ เพราะการดิ้นของทารกในครรภ์ถือเป็นตัวช่วยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้คุณแม่และแพทย์ผู้ดูแลสามารถทราบได้ว่า ทารกที่กำลังเติบโตในครรภ์มีสุขภาพเป็นอย่างไร และขณะที่ลูกดิ้นยังอาจทำให้คุณแม่รู้สึกถึงสายสัมพันธ์ที่โยงใยถึงกันอีกด้วย

โดยปกติแล้ว ทารกในครรภ์จะมีการขยับตัวไปมา ซึ่งคุณแม่จะสามารถเริ่มรู้สึกได้ว่าลูกในครรภ์กำลังดิ้นในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 16–20 ของการตั้งครรภ์ โดยคุณแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์ครั้งแรกมักจะรู้สึกถึงการดิ้นของลูกได้ช้ากว่าคุณแม่ที่เคยตั้งครรภ์มาแล้ว ซึ่งในบทความนี้จะพาคุณแม่ไปทำความเข้าใจการนับลูกดิ้นให้มากขึ้น รวมถึงรู้จักวิธีการนับลูกดิ้นที่คุณหมออาจแนะนำ

การนับลูกดิ้น เรื่องสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้

การนับลูกดิ้น ควรเริ่มเมื่อไรดี

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการนับลูกดิ้นจะอยู่ที่ประมาณไตรมาสที่ 3 หรือช่วงสัปดาห์ที่ 28 จนถึงก่อนคลอด เนื่องจากเป็นช่วงที่ทารกเริ่มดิ้นเป็นเวลาและค่อนข้างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้คุณแม่นับได้สะดวกขึ้น 

อย่างไรก็ตาม คุณแม่อาจปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเพื่อให้แพทย์ประเมินและให้คำแนะนำที่เหมาะสมเพิ่มเติม เนื่องจากช่วงเวลาที่แน่นอนในการนับลูกดิ้นของคุณแม่แต่ละคนอาจแตกต่างกันได้บ้างเล็กน้อย

การนับลูกดิ้น ต้องทำอย่างไรบ้าง

การนับลูกดิ้นสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจสอบและให้คำแนะนำที่เหมาะสมต่อคุณแม่แต่ละคนเป็นกรณีไป 

โดยหนึ่งในตัวอย่างการนับลูกดิ้นที่แพทย์อาจแนะนำ มีขั้นตอนดังนี้

  • ให้คุณแม่สังเกตตัวเองดูก่อนว่าลูกมักจะดิ้นในช่วงเวลาไหนของวัน ซึ่งส่วนมากมักเป็นช่วงหลังรับประทานอาหาร และเลือกช่วงเวลานั้นเป็นหลักในการนับลูกดิ้น
  • เมื่อถึงเวลาที่คุณแม่ที่จะนับลูกดิ้น ให้คุณแม่จัดท่าทางที่รู้สึกสบาย วางมือลงบนหน้าท้อง และเริ่มจับเวลา โดยจำนวนครั้งที่ลูกดิ้นส่วนใหญ่จะมากกว่า 10 ครั้งใน 2 ชั่วโมง

ทั้งนี้ คุณแม่บางคนอาจพบว่าทารกในครรภ์ดิ้นน้อยกว่าปกติได้บ้าง ซึ่งคุณแม่ยังไม่ต้องวิตกจนมากเกินไป เนื่องจากบางครั้งทารกอาจกำลังหลับอยู่ หรืออาจมีปัจจัยบางอย่างที่ส่งผลให้คุณแม่รู้สึกว่านับลูกดิ้นได้ยากหรือรู้สึกว่าลูกดิ้นได้น้อยลงอีกด้วย เช่น คุณแม่ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือคุณแม่ที่มีอายุครรภ์เริ่มมาก ทำให้การรับความรู้สึกลูกดิ้นลดลง

อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรแจ้งให้แพทย์ผู้ดูแลทราบหากรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลง เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจและประเมินดูว่ามีอะไรที่ผิดปกติไปหรือไม่ แต่หากพบว่าพฤติกรรมการดิ้นของลูกเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เช่น ลูกดิ้นช้าลง หรือหยุดดิ้นอย่างฉับพลัน ให้คุณแม่รีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที เนื่องจากอาการเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมให้แน่ชัด

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

มีเพศสัมพันธ์ ไม่ได้สอดใส่ แต่น้ำอสุจิไหลจากทวารหนักไปโดนอวัยวะเพศหญิง จะท้องไหม

โดย สอบถามหน่อยครับ

อยากสอบถามว่าถ้าไม่ได้มีการสอดใส่เลยแค่ถูๆกันแต่น้ำอสุจินั้นไหลจากทางทวารหนักไปยังอวัยวะเพศมีโอกาศท้องไหมครับ

  • 2 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีเพศสัมพันธ์วันที่ 28 ก.พ. ไข่ตกวันที่ 4 มี.ค. ใส่ถุงยาง หลั่งนอก จะท้องไหม

โดย นพฤทธิ์ พลอาจทัน

คือไข่ตกวันที่4มีนาอะค่ะ เเล้วมีไรกะเเฟนวันที่28กุมภาพันธ์ใส่ถุงหลั่งนอก เช็คเเล้วว่าถุงไม่เเตกไม่รั่ว จะท้องไหมคะ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ประจำเดือนมาไม่ปกติมานานหลายปี บางครั้งหายไปหลายเดือน แล้วมีเพศสัมพันธ์แบบไม่สอดใส่ จะท้องไหม

โดย Fyu Too

เริ่มเรื่องคือเป็นคนที่ประจำเดือนมาไม่ปกติตั้งแต่มัธยมจนตอนนี้เรียนจบมหาลัยแล้ว ประจำเดือนจะมา 3-5 เดือนมาปกติแต่จากนั้นหายไป5-6 เดือนหรือ1-2 ปี และก็มาปกติติดต่อนกัน3-4…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม