การนับลูกดิ้น เรื่องสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้

การนับลูกดิ้นเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้ เพราะการดิ้นของทารกในครรภ์ถือเป็นตัวช่วยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้คุณแม่และแพทย์ผู้ดูแลสามารถทราบได้ว่า ทารกที่กำลังเติบโตในครรภ์มีสุขภาพเป็นอย่างไร และขณะที่ลูกดิ้นยังอาจทำให้คุณแม่รู้สึกถึงสายสัมพันธ์ที่โยงใยถึงกันอีกด้วย

โดยปกติแล้ว ทารกในครรภ์จะมีการขยับตัวไปมา ซึ่งคุณแม่จะสามารถเริ่มรู้สึกได้ว่าลูกในครรภ์กำลังดิ้นในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 16–20 ของการตั้งครรภ์ โดยคุณแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์ครั้งแรกมักจะรู้สึกถึงการดิ้นของลูกได้ช้ากว่าคุณแม่ที่เคยตั้งครรภ์มาแล้ว

การนับลูกดิ้น เรื่องสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้

การนับลูกดิ้น ควรเริ่มเมื่อไรดี

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการนับลูกดิ้นจะอยู่ที่ประมาณไตรมาสที่ 3 หรือช่วงสัปดาห์ที่ 28 จนถึงก่อนคลอด เนื่องจากเป็นช่วงที่ทารกเริ่มดิ้นเป็นเวลาและค่อนข้างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้คุณแม่นับได้สะดวกขึ้น 

อย่างไรก็ตาม คุณแม่อาจปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเพื่อให้แพทย์ประเมินและให้คำแนะนำที่เหมาะสมเพิ่มเติม เนื่องจากช่วงเวลาที่แน่นอนในการนับลูกดิ้นของคุณแม่แต่ละคนอาจแตกต่างกันได้บ้างเล็กน้อย

การนับลูกดิ้น ต้องทำอย่างไรบ้าง

การนับลูกดิ้นสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจสอบและให้คำแนะนำที่เหมาะสมต่อคุณแม่แต่ละคนเป็นกรณีไป 

โดยหนึ่งในตัวอย่างการนับลูกดิ้นที่แพทย์อาจแนะนำคือ ให้คุณแม่สังเกตตัวเองดูก่อนว่าลูกมักจะดิ้นในช่วงเวลาไหนของวัน ซึ่งส่วนมากมักเป็นช่วงหลังรับประทานอาหาร และเลือกช่วงเวลานั้นเป็นหลักในการนับลูกดิ้น จากนั้น เมื่อได้ช่วงเวลาที่จะนับแล้ว ให้คุณแม่จัดท่าทางที่รู้สึกสบาย วางมือลงบนหน้าท้อง และเริ่มจับเวลา โดยจำนวนลูกดิ้นส่วนใหญ่จะมากกว่า 10 ครั้งใน 2 ชั่วโมง

ทั้งนี้ คุณแม่บางคนอาจพบว่าทารกในครรภ์ดิ้นน้อยกว่าปกติได้บ้าง ซึ่งคุณแม่ยังไม่ต้องวิตกจนมากเกินไป เนื่องจากบางครั้งทารกอาจกำลังหลับอยู่ หรืออาจมีปัจจัยบางอย่างที่ส่งผลให้คุณแม่รู้สึกว่านับลูกดิ้นได้ยากหรือรู้สึกว่าลูกดิ้นได้น้อยลงอีกด้วย เช่น คุณแม่ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือคุณแม่ที่มีอายุครรภ์เริ่มมาก ทำให้การรับความรู้สึกลูกดิ้นลดลง

อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรแจ้งให้แพทย์ผู้ดูแลทราบหากรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลง เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจและประเมินดูว่ามีอะไรที่ผิดปกติไปหรือไม่ แต่หากพบว่าพฤติกรรมการดิ้นของลูกเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เช่น ลูกดิ้นช้าลง หรือหยุดดิ้นอย่างฉับพลัน ให้คุณแม่รีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที เนื่องจากอาการเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมให้แน่ชัด