กระ รักษาหาย ป้องกันได้

กระ หรือจุดสีน้ำตาลอ่อนเล็ก ๆ หลายจุดที่เกิดขึ้นตามร่างกายบริเวณที่ถูกแสงแดดบ่อย ๆ โดยทั่วไปแม้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ แต่ลักษณะของสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอนี้ก็ส่งผลต่อความสวยความงาม และสร้างความกังวลใจให้เกิดขึ้นได้

กระ

กระเกิดจากอะไร ?

  • แสงแดด ยิ่งเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน ก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เมลาโนไซต์ ซึ่งเป็นเซลล์ผลิตสารสีเมลานินผลิตเม็ดสีชนิดนี้เพิ่มขึ้น เพื่อใช้ช่วยป้องกันอันตรายจากแสงแดดด้วยการสะท้อนและดูดซึมรังสียูวี ส่งผลให้ผิวดำคล้ำลงหลังถูกแสงแดด สารเมลานินที่ผลิตออกมามากเกินยังทำให้เกิดกระหรือทำให้กระมีสีเข้มขึ้นได้
  • สีผิว คนที่มีผิวขาวหรือซีดที่มีสารเมลานินน้อยอยู่แล้ว เมื่อเผชิญแสงแดด เม็ดสีที่เพิ่มขึ้นจึงไม่สม่ำเสมอ เกิดเป็นกระแทนที่ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำสม่ำเสมอ ดังนั้นคนที่มีผิวขาวจึงมีโอกาสเป็นกระได้มากกว่า
  • พันธุกรรม นอกจากแสงแดดและสีผิว ความเสี่ยงทางพันธุกรรมก็เป็นอีกปัจจัยหลักร่วมด้วย นั่นหมายความว่าแม้จะต้องเผชิญแสงแดดเหมือนกัน แต่โอกาสที่จะเกิดกระของแต่ละคนก็อาจไม่เท่ากัน

กระมีกี่ประเภท ?

กระแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ กระทั่วไป และกระที่เกิดจากแดด

  • กระทั่วไป (Freckle, Ephelis) ลักษณะเป็นสีแทนออกแดง หรือน้ำตาลอ่อน รูปร่างกลมเป็นจุดเล็ก ๆ โดยมักจะปรากฏขึ้นช่วงฤดูร้อน และพบได้ในผู้ที่มีสีผิวค่อนข้างขาว หรือในครอบครัวที่มีพันธุกรรมกระชนิดนี้ รวมถึงกลุ่มคนที่มีสีผมแดงและตาสีเขียวที่มีความเสี่ยงสูง
  • กระจากแดด (Lentigo) กระชนิดนี้แตกต่างจากกระทั่วไปที่มีสีเข้มกว่า มักเป็นสีแทน น้ำตาล หรือดำ ปรากฏตามบริเวณที่สัมผัสแดด เช่น หลังมือ ใบหน้า บริเวณไหล่และหลังส่วนบน และโดยมากจะไม่หายไปแม้เมื่อฤดูกาลที่มีแสงแดดอ่อนมาถึง

กระชนิดนี้อาจพบว่าเป็นมาตั้งแต่ยังเด็ก นอกจากนี้ยังมักพบได้มากในผู้สูงอายุ โดยเป็นผลมาจากการเผชิญแสงแดดเป็นเวลายาวนานในอดีต ส่วนกระอีกลักษณะหนึ่งที่มักพบในผู้สูงอายุเช่นกัน แต่มักเรียกว่ากระเนื้อ จะมีลักษณะเป็นรอยนูนแข็งสีน้ำตาลขึ้นมา

การรักษากระ

การรักษาเพื่อลบเลือนหรือกำจัดกระมีหลากหลายตัวเลือกให้ใช้ได้อย่างปลอดภัย โดยสามารถปรึกษาแพทย์ถึงข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี เพื่อหาทางรักษาที่เหมาะสมถูกใจมากที่สุด

  • ครีมกำจัดกระ กระสามารถทำให้จางลงได้ด้วยการใช้ครีมที่ประกอบด้วยตัวยาไฮโรควินิน (Hydroquinone) และกรดโคจิก (Kojic Acid) ที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปโดยไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งจ่ายยาจากแพทย์ แต่ส่วนผสมดังกล่าวต้องอยู่ในอัตราส่วน 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น วิธีนี้ให้ผลตอบสนองไม่ค่อยดีนัก
  • สารกลุ่มเรตินอยด์ สารนี้จะพบเป็นส่วนผสมในครีมกำจัดกระต่าง ๆ การเลือกใช้ครีมกำจัดกระอาจมองหาส่วนประกอบที่เป็นสารเหล่านี้ ได้แก่ เทรติโนอิน (Tretinoin) ทาซาโรทีน (Tazarotene) และอะดาพาลีน (Adapalene) วิธีนี้ให้ผลตอบสนองไม่ค่อยดีนัก
  • การรักษาด้วยเลเซอร์ เลเซอร์หลากหลายชนิดสามารถช่วยให้รอยกระเลือนลงได้ การใช้เลเซอร์เป็นวิธีที่ง่าย ปลอดภัย ผลตอบสนองค่อนข้างดีแตกต่างกัน ขึ้นกับชนิดและจำนวนครั้ง วิธีนี้เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงอย่างสีผิวไม่สม่ำเสมอได้น้อย และกลับเป็นซ้ำได้
  • การใช้แสงผสม (Intense Pulsed Light Treatments) วิธีนี้คล้ายกับการทำเลเซอร์แต่ใช้แสงแบบผสมแทนเลเซอร์
  • การผ่าตัดด้วยความเย็นจัด (Cryosurgery) อีกวิธีในการกำจัดกระ ด้วยการใช้ไนโตรเจนเหลวแช่แข็ง แต่อาจมีข้อยกเว้นคือไม่สามารถรักษากระได้ทุกจุด
  • การผลัดเซลล์ผิวหนัง (Chemical Peels) การลอกหน้าด้วยน้ำยาเคมีเพื่อทำให้กระจางลง รวมถึงส่งผลให้การสร้างเม็ดสีของผิวที่ผิดปกติดีขึ้น

วิธีการป้องกันกระให้ได้ผล

นอกจากสาเหตุทางพันธุกรรมที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรได้แล้ว การหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดเป็นทางเดียวที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นกระ ปฏิบัติตามได้ง่าย ๆ ไม่กี่ข้อดังนี้

  • เตรียมพร้อมเผชิญแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดทุกครั้ง โดยเลือกครีมที่มี SPF 50 เป็นอย่างต่ำ
  • ปกป้องใบหน้าซึ่งเป็นส่วนที่โดนแสงแดดบ่อย ๆ ด้วยการสวมหมวกปีกกว้าง
  • สวมใส่เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
  • หลีกเลี่ยงการพบเจอแสงแดดช่วงเวลาประมาณ 10 โมงเช้าถึง 3 โมงเย็น ที่มีแดดแรง
  • พยายามอยู่ในร่มหรือภายในตัวอาคาร