Balanitis (การอักเสบของปลายอวัยวะเพศชาย)

ความหมาย Balanitis (การอักเสบของปลายอวัยวะเพศชาย)

Balanitis เป็นอาการอักเสบของปลายอวัยวะเพศชาย เกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศหรือมีสุขอนามัยที่ไม่ดี ทำให้มีอาการบวมอักเสบเกิดขึ้นที่ปลายอวัยวะเพศ โดยปกติมักเป็นอาการที่ไม่รุนแรง ซึ่งหากรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศร่วมกับการใช้ยารักษาก็ช่วยให้อาการดีขึ้นได้

Balanitis

อาการของ Balanitis

อาการที่พบได้ทั่วไปของโรค Balanitis ได้แก่

  • มีอาการแดง เจ็บ คัน และระคายเคืองบริเวณส่วนปลายของอวัยวะเพศ โดยอาจเป็นปื้นแดงเพียงเล็กน้อยหรือลามทั่วทั้งปลายอวัยวะเพศ
  • รู้สึกเจ็บขณะปัสสาวะ
  • มีหนองหรือน้ำสีเหลืองข้นไหลออกมาจากปลายอวัยวะเพศ
  • อวัยวะเพศมีกลิ่นเหม็น
  • ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจไม่สามารถร่นหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศขึ้นและลงได้ตามปกติ

หากมีอาการข้างต้นหรือสงสัยว่าเป็นโรค Balanitis ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าไม่ใช่อาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีความรุนแรง และเข้ารับการรักษาได้อย่างเหมาะสมทันการณ์

สาเหตุของ Balanitis

โรค Balanitis เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • การรักษาสุขอนามัยบริเวณอวัยวะเพศที่ไม่ดี เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด รวมถึงการมีหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศที่ปิดแน่นก็ส่งผลให้ไม่สามารถทำความสะอาดเซลล์ที่ตายแล้ว ปัสสาวะ หรือเหงื่อที่ตกค้างบริเวณใต้หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศได้อย่างทั่วถึง และหากล้างสบู่ออกไม่หมดในขณะทำความสะอาดอวัยวะเพศ ก็ทำให้เกิดการระคายเคืองได้เช่นกัน
  • การติดเชื้อ โดยทั่วไปมักเกิดจากการติดเชื้อของยีสต์แคนดิดา ซึ่งเป็นเชื้อที่อาศัยอยู่บริเวณปลายอวัยวะเพศชายตามปกติแต่ในปริมาณน้อย หากมีสภาวะหมักหมมสกปรกจะส่งผลให้เชื้อเพิ่มปริมาณมากขึ้นจนทำให้เกิดการอักเสบได้ นอกจากนี้ เชื้อแบคทีเรียบางชนิดก็สามารถก่อให้เกิดการอักเสบที่ปลายอวัยวะเพศชายได้เช่นกัน แต่จะติดเชื้อได้ง่ายขึ้นหากมีการอักเสบที่เกิดจากการแพ้หรือระคายเคืองอยู่ก่อนแล้ว หรือมีหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบจนทำให้ไม่สามารถร่นหนังหุ้มปลายขึ้นเพื่อทำความสะอาดอวัยวะเพศได้ตามปกติ รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่มีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดี เพราะทำให้มีน้ำตาลในปัสสาวะสูง ซึ่งน้ำตาลในปัสสาวะที่เลอะอยู่บริเวณปลายอวัยวะเพศจะเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของเชื้อแบคทีเรีย และทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้นเช่นกัน
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เริม หนองในแท้ และหนองในเทียม รวมทั้งผู้ที่มีอาการของท่อปัสสาวะอักเสบ เช่น แสบท่อปัสสาวะขณะปัสสาวะ หรือมีหนองไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ จะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้ง่ายขึ้น
  • การแพ้และระคายเคือง ผิวหนังบริเวณปลายอวัยวะเพศชายนั้นค่อนข้างอ่อนโยน และอาจเกิดการอักเสบได้หากสัมผัสกับสารเคมีบางชนิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การใช้สบู่บางชนิดที่ระคายเคืองต่อผิวทำความสะอาดอวัยวะเพศ การตกค้างของผงซักฟอกที่ใช้ซักกางเกงชั้นใน การขัดถูหรือฟอกทำความสะอาดอวัยวะเพศมากเกินไป การใช้ถุงยางอนามัย ยาฆ่าเชื้ออสุจิ หรือสารหล่อลื่นในขณะมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงการนำมือที่เลอะสารเคมีไปสัมผัสโดนอวัยวะเพศขณะปัสสาวะ เป็นต้น
  • โรคผิวหนังบางชนิด อาจทำให้เกิดการอักเสบที่ปลายอวัยวะเพศได้ เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคมะเร็งผิวหนังบางชนิด เป็นต้น

การวินิจฉัย Balanitis

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการแดงและอักเสบที่ส่วนปลายของอวัยวะเพศ นอกจากนี้ แพทย์อาจวินิยฉัยด้วยวิธีการอื่น ๆ เพิ่มเติม ดังนี้

  • การเก็บตัวอย่างหนองหรือของเหลวจากปลายอวัยวะเพศไปตรวจ เพื่อหาเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรค
  • การตรวจหาโรคเบาหวาน เช่น ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด หรือทดสอบการตอบสนองของอินซูลิน เป็นต้น
  • การตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ รวมถึงของเหลวอื่น ๆ ในร่างกาย
  • การตรวจหาโรคผิวหนัง หากผู้ป่วยมีอาการทางผิวหนัง หรือแพทย์คาดว่าผู้ป่วยอาจมีอาการจากโรคภูมิแพ้
  • การตรวจชิ้นเนื้อ แพทย์อาจตัดเนื้อเยื่อบริเวณอวัยวะเพศไปตรวจวินิจฉัยในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเรื้อรัง

การรักษา Balanitis

การรักษาโรค Balanitis อาจทำได้หลายวิธี ทั้งการดูแลรักษาความสะอาดของอวัยวะเพศ หรือการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ ดังนี้

  • การดูแลความสะอาดของอวัยวะเพศ โดยการร่นหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศขึ้น แล้วใช้น้ำเปล่าทำความสะอาดส่วนปลายของอวัยวะเพศอย่างนุ่มนวล อาจใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิวทำความสะอาดร่วมด้วย แต่ควรล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้หมดจด จากนั้นซับอวัยวะเพศให้แห้งก่อนร่นหนังหุ้มปลายลงเพื่อปิดส่วนปลายของอวัยวะเพศ แล้วจึงสวมใส่กางเกงชั้นในตามปกติ
  • การรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคด้วย เช่น การติดเชื้อราแคนดิดาจะรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อรา การติดเชื้อแบคทีเรียมักรักษาด้วยยาปฏิชีวนะสำหรับเชื้อแบคทีเรียชนิดนั้น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะรักษาด้วยยาที่จำเพาะต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้น เป็นต้น นอกจากนี้ แพทย์อาจรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ชนิดทาภายนอกเพื่อบรรเทาอาการอักเสบในกรณีที่การอักเสบเกิดจากการแพ้หรือโรคภูมิแพ้ และอาจใช้ครีมที่มีสเตียรอยด์อ่อน ๆ ผสมกับยาปฏิชีวนะทาในบริเวณที่อักเสบ เพื่อช่วยลดการอักเสบในระยะแรก ๆ ของการรักษา ส่วนผู้ป่วยเด็กที่กลับมาเป็นซ้ำบ่อย ๆ และมีภาวะหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบ (Phimosis) แพทย์อาจแนะนำให้รับการผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศออก

ภาวะแทรกซ้อนของ Balanitis

โรค Balanitis หากเป็นแล้วเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อเป็นเวลานาน  อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ขึ้นได้ เช่น

  • เกิดแผลเป็นที่ท่อปัสสาวะและทำให้ท่อปัสสาวะตีบแคบ
  • ภาวะหนังหุ้มปลายตีบ อาจทำให้รู้สึกเจ็บในขณะร่นหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ หรือร่นขึ้นลงได้ยาก
  • เลือดไหลเวียนไปยังอวัยวะเพศไม่เพียงพอ
  • เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งองคชาต

การป้องกัน Balanitis

การป้องกันโรค Balanitis ทำได้โดยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคตามแนวทางดังต่อไปนี้

  • รักษาความสะอาดอวัยวะเพศ โดยร่นหนังหุ้มปลายขึ้นก่อนทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าหรือสบู่ที่อ่อนโยนต่อผิวเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะหลังทำกิจกรรมที่เสียเหงื่อมาก หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ และซับอวัยวะเพศให้แห้งก่อนสวมใส่กางเกงชั้นในเสมอ
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นหรือน้ำหอมบริเวณอวัยวะเพศ เพื่อลดความเสี่ยงของการระคายเคือง
  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ด้วยการใช้ถุงยางอนามัทุกครั้งเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และควรเลือกใช้ถุงยางอนามัยที่อ่อนโยนต่อผิว
  • ล้างมือให้สะอาดก่อนเข้าห้องน้ำ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมี ควรล้างมือให้สะอาดก่อนปัสสาวะ เพื่อป้องกันอวัยวะเพศระคายเคืองจากสารเคมี