ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
Atorvastatin (อะทอร์วาสแตติน)

Atorvastatin (อะทอร์วาสแตติน)

อัปเดตล่าสุด 2 ต.ค. 2567

Atorvastatin (อะทอร์วาสแตติน) คือยาในกลุ่มสแตติน (Statins หรือ HMG CoA Reductase Inhibitors) ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด (Triglyceride) และช่วยในการเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีในร่างกาย (HDL) ได้ 

Atorvastatin ออกฤทธิ์โดยชะลอการผลิตคอเลสเตอรอล ซึ่งช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่อุดตันในหลอดเลือด การใช้ยา Atorvastatin ร่วมกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย จะช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับหัวใจในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ อีกทั้งใช้ในการรักษาโรคคอเลสเตอรอลสูงทางพันธุกรรมในผู้ป่วยเด็กด้วย

Atorvastatin

เกี่ยวกับยา Atorvastatin

กลุ่มยา ยารักษาภาวะคอเลสเตอรอลสูง (Anti-Cholesterol Treatment)
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์ 
สรรพคุณ รักษาภาวะคอเลสเตอรอลสูง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
กลุ่มผู้ป่วย เด็ก ผู้ใหญ่
การใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ Category X ยังไม่มีการจัดหมวดหมู่ของยาชนิดนี้จากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาหรือ FDA ซึ่งยาอาจส่งผลกระทบต่อมารดาหรือทารกในครรภ์ได้ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้วิธีคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ขณะใช้ยานี้ ผู้ที่ตั้งครรภ์ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีก่อนใช้ยา Atorvastatin และแพทย์อาจให้หยุดใช้ยานี้ขณะที่ตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่อทารกในครรภ์
การใช้ยาในผู้ให้นมบุตร ไม่แนะนำให้ผู้ที่กำลังให้นมบุตรใช้ยา Atorvastatin เพราะมีข้อมูลว่ายากลุ่มสแตตินสามารถขับออกผ่านทางนมแม่ไปสู่ทารกได้ แพทย์อาจให้ผู้ป่วยหยุดใช้ยานี้ชั่วคราวในช่วงที่ให้นมบุตร แต่ในกรณีผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ยานี้อย่างต่อเนื่อง แพทย์อาจแนะนำให้งดการให้นมบุตร และให้ทารกดื่มนมผงหรืออาหารทางการแพทย์สำหรับทารกอื่น ๆ ทดแทนนมแม่ 
รูปแบบของยา ยารับประทานชนิดเม็ด ยาน้ำแขวนตะกอน

คำเตือนในการใช้ยา Atorvastatin 

เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ผู้ใช้ยา Atorvastatin ควรระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • ผู้ที่มีอาการแพ้ยา หรือสารประกอบของยาดัวกล่าวไม่ควรใช้ยาชนิดนี้
  • ผู้ป่วยที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีภาวะตับวาย และโรคตับแข็ง (Cirrhosis) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานี้ เพราะแอลกอฮอล์อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงจากการใช้ยาได้
  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ผู้ที่มีโรคไต เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ มีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติของกล้ามเนื้อจากการใช้ยากลุ่มสแตติน และภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานี้
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากกำลังใช้ยานี้และต้องเข้ารับการผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดทางทันตกรรม 

ปริมาณการใช้ยา Atorvastatin

ปริมาณและระยะเวลาในการใช้ยาขึ้นอยู่กับโรคจะพิจารณาจากผลตรวจวัดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) และการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา ซึ่งปริมาณการใช้ยาโดยทั่วไป มีดังนี้

1. การป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง

ปริมาณการใช้ยาในเบื้องต้น คือ 10 มิลลิกรัมต่อวัน และอาจเพิ่มปริมาณยาได้ตามดุลพินิจของแพทย์

2. การรักษาผู้มีโรคไขมันในเลือดสูงร่วมกับโรคคอเลสเตอรอลสูงจากพันธุกรรม

ผู้ใหญ่ รับประทาน 10 หรือ 20 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง สามารถปรับขนาดยาได้ภายใน 4 สัปดาห์ และอาจเริ่มรับประทานที่ 40 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้งหากผู้ป่วยจำเป็นต้องลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีให้ต่ำกว่า 45% แต่ไม่ควรเกินวันละ 80 มิลลิกรัม

3. การรักษาโรคคอเลสเตอรอลสูงจากพันธุกรรม (Familial Heterozygous Hypercholesterolemia)

เด็กอายุ 10–17 ปี รับประทาน 10 มิลลิกรัมต่อวัน และสามารถเพิ่มขนาดยาได้ภายใน 4 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อวัน

ผู้ใหญ่ รับประทานยาวันละ 10–80 มิลลิกรัม ตามที่แพทย์สั่ง โดยอาจใช้ยานี้ควบคู่กับการรักษาอื่นที่ช่วยลดระดับไขมันในเลือด

การใช้ยา Atorvastatin

ยา Atorvastatin เป็นยาที่ใช้ตามใบสั่งแพทย์ และใช้เพื่อการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง หรือคอเลสเตอรอลสูงเท่านั้น ยาชนิดนี้สามารถรับประทานก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ แต่ควรรับประทานยาให้ตรงเวลาทุกวัน 

การใช้ยานี้จะต้องควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม เช่น ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมน้ำหนัก ยาจึงจะสามารถช่วยควบคุมระดับไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากไม่ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ยาตัวนี้ก็อาจไม่มีผลต่อการรักษา และในระหว่างการรักษา ผู้ป่วยควรเข้ารับการตรวจเลือดเป็นประจำเพื่อติดตามระดับไขมันในเลือด

นอกจากนี้ ควรจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะใช้ยานี้ การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากอาจเพิ่มความเสียหายต่อตับได้ และไม่ควรรับประทานหรือดื่มน้ำผลไม้จากผลเกรปฟรุตในปริมาณมากเกิน 1 ลิตร เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอันตรายได้  

หากลืมรับประทานยา ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าหากนึกขึ้นได้ในระยะเวลาไม่ถึง 12 ชั่วโมงก่อนการรับประทานยาครั้งต่อไปไม่ควรรับประทานยาซ้ำ และไม่ควรเพิ่มยาในครั้งต่อไป เมื่อรับประทานยาเสร็จควรเก็บยาให้ห่างจากความชื้น ความร้อน และเก็บให้พ้นมือเด็ก

ปฏิกิริยาระหว่างยา Atorvastatin กับยาอื่น 

การใช้ยาอื่นขณะที่รับประทานยา Atorvastatin อาจทำให้ประสิทธิภาพของยานั้นลดลง หรือเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย เช่น ระดับไขมันในเลือดเปลี่ยนไป เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ใช้ยาเหล่านี้ควรระมัดระวังขณะใช้ยา Atorvastatin

ตัวอย่างยาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อาจทำปฏิกิริยากับ Atorvastatin หากกำลังใช้ยา สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานี้

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา Atorvastatin

การใช้ยา Atorvastatin อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง เช่น 

  • ปวดตามข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดแขนขา ปวดหลังส่วนล่างหรือด้านข้าง เป็นตะคริว
  • ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องผูก คลื่นไส้
  • คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ 
  • ปวดศีรษะ
  • เลือดกำเดาไหล
  • แสบร้อน หรือเจ็บขณะปัสสาวะ
  • นอนไม่หลับ 

หากอาการเหล่านี้รุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์ นอกจากนี้ บางคนอาจเกิดอาการแพ้ยา เช่น มีผื่นลมพิษขึ้นตามร่างกาย หายใจไม่ออก มีอาการบวมที่บริเวณใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น และคอ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะถือเป็นผลข้างเคียงที่อันตราย

ในบางกรณี ยา Atorvastatin อาจส่งผลให้ทำลายกล้ามเนื้อลาย และหากรุนแรงทำให้กิดภาวะไตวายได้ หากผู้ป่วยมีอาการปวดกล้ามเนื้อไม่ทราบสาเหตุ กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีไข้ อ่อนเพลียผิดปกติ ปัสสาวะเป็นสีเข้ม ปัสสาวะน้อย มีอาการบวมที่เท้าและข้อเท้า อ่อนเพลียมาก หายใจลำบาก มีอาการดีซ่าน ควรรีบไปพบแพทย์เช่นกัน

หัวข้อสนทนาล่าสุด

ใส่ถุงยางแต่กังวลว่าจะท้องเลยกินยาคุมฉุกเฉินแล้วตกขาวมา

โดย ポイパリン ピニチャイ

สวัสดีค่ะ เรามีเซ็กส์ครั้งล่าสุดวันที่ 22 (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งและใส่ถุงยางทุกครั้ง) ในวันนั้นอยู่ดีๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ ตอนอีกฝ่ายหลั่ง(ในถุง)ค่ะเลยกินยาคุมฉุกเฉินกันไว้แบบ 2…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์

โดย ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ

สวัสดีค่ะ วันที่01-03-66 กินยาคุมฉุกเฉิน หลังจากมีอะไรกับแฟนไม่เกินครึ่งชั่วโมง(หลั่งนอก) จากนั้น วันที่ 06-03-66 ประจำเดือนก็มา มาประมาณ6วัน จะท้องไหม แบบนี้ปลอดภัยหรือยังคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตุ่มคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหู กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ทายาที่ตุ่ม แล้วตกสะเก็ดสีดำ ต่อมามีอาการปวดบวมร้อนมา 1 สัปดาห์แล้ว กินยาฆ่าเชื้ออยู่

โดย มีดอนะ รอรูมาแซะ

หวัดดีคับ ผมตื่นมามีอาการคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหูสามเม็ด กดเจ็บ แล้วก้อต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต่อมาเลยกินยาAmkเพื่อลดต่อมน้ำเหลืองกินมา2วัน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม