ถามแพทย์

  • มีตุ่มน้ำใสขึ้นตามตัว คัน ใช้ยาแก้แพ้แล้วไม่ดีขึ้น

  • มีตุ่มเล็กๆขึ้นตามตัว มีอาการคัน กดแล้วเป็นน้ำใสๆ ไปพบหมอแล้ว หมอให้ยาทาและยาแก้แพ้มาคับ แต่ไม่หาย ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรครับ

    สวัสดีค่ะ คุณอภินันท์, 

             สาเหตุของการเกิดผื่นที่เป็นตุ่มน้ำใส (เรียกว่า vesicle) มีหลายสาเหตุได้แก่

    1.       ผื่นผิวหนังอักเสบ (eczema) ดยระยะแรก จะมีผื่นแดงคัน  ผิวหนังบวม ต่อมาเกิดเป็นตุ่มน้ำเล็กๆใสๆ  เมื่อตุ่มน้ำแตกออกจะแห้งแล้วกลายเป็นสะเก็ด หากเกิดเป็นเวลานานหรือเรื้อรัง รวมกับมีการเกาซ้ำไปซ้ำมาจากอาการคัน ผื่นจะกลายเป็นผื่นหนา แห้ง แข็ง เห็นลายเส้นของผิวหนังชัดและมีสีคล้ำ สามารถเกิดได้กับผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย อาจเกิดตำแหน่งเดียว หรือหลายตำแหน่งพร้อมกัน สาเหตุอาจเกิดจากแพ้สารเคมีบางอย่าง เรียกว่า ผื่นแพ้สัมผัส (allergic contact dermatitis) หรือเป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิด Seborrheic dermatitis

    2.       การติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส ซึ่งมักจะต้องมีอาการคล้ายกับอาการของไข้หวัดนำมาก่อน เช่น ไข้ ปวดศีรษะ เจ็บคอ ผื่นจะขึ้นทั่วตัว รวมถึงใบหน้า ผื่นจะเริ่มจากการเป้นผื่นแดง ต่อมากลายเป็นตุ่มน้ำใส แล้วจึงกลายเป็นตุ่มหนองเล็กๆ จนกระทั่งตกสะเก็ดแห้งไปในที่สุด ซึ่งหากคุณอภินันท์ มีอาการดังกล่าว ก็จะเข้าข่ายโรคนี้ แต่ถ้าหากเคยเป็นอีสุกอีใสมาแล้ว ผื่นที่เป็นตุ่มน้ำใสอาจเป็นผื่นของงูสวัด ซึ่งเป็นการกำเริบของเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใสได้ โดยผื่นของงูสวัสจะเป็นแค่เฉพาะที่ ไม่ได้เป็นทั่วตัวแบบอีสุกอีใส โดยจะมีการปวด และอาการแสบร้อนบริเวณที่เป็นผื่นร่วมด้วย

    3.       การติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ก็ทำให้เป็นผื่นที่เป็นตุ่มน้ำใสในระยะเริ่มแรกได้ โดยต่อมาจะเป็นกลายเป็นตุ่มหนอง ผิวหนังบริเวณรอบๆ จะบวมแดงอักเสบ มักมีอาการไข้และปวดเมื่อยร่วมด้วย

     

    4.       โรคผิวหนังที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ตนเองชนิดต่างๆ 

    ดังนั้นหากคุณอภินันท์ ใช้ยาแก้แพ้ชนิดรับประทาน และทาผิวหนังไปซักระยะแล้ว อาการไม่ดีขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการและหาสาเหตุค่ะ เนื่องจากการวินิจฉัยโรคผิวหนังในหลายกรณี ไม่สามารถหาสาเหตุได้ตั้งแต่ครั้งแรก ต้องติดตามดูต่อไปค่ะ

    มีเม็ดที่ลิ้นด้วยคับ 5-6เม็ด

    สวัสดีค่ะ คุณอภินันท์,

                หากคุณอภินันท์ไม่มีไข้นำมาก่อน หรือไม่มีไข้ร่วมด้วยในตอนนี้ รวมทั้งไม่มีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณผื่น ไม่มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย อาการดังกล่าวน่าจะเป็นผื่นแพ้สัมผัสค่ะ แนะนำให้รับประทานยาแก้แพ้อย่างต่อเนื่อง ประมาณ 2-3 วันค่ะ หากอาการไม่ดีขึ้น คือผื่นปรากฏมากขึ้น หรือมีไข้ มีปวดเมื่อยตามร่างกาย ควรกลับไปพบแพทย์อีกครั้งค่ะ

              

    มีอาการปวดเมื่อด้วยคับ ที่เกาเวลาทายาจะแซบคับ ขอบคุณมากครับ พรุ่งนี้จะไปพบแพทย์