ถามแพทย์

  • มีเพศสัมพันธ์ 8 มี.ค. เริ่มกินยาคุม 9 มี.ค. หลังจากนั้นประจำเดือนยังไม่มา ตรวจแล้วไม่ท้อง

  •  kkiee
    สมาชิก
    ปกติประจำเดือนจะมาวันที่ 15 -19 ของทุกเดือนและจะเป็น 5-7 วันถึงจะหาย มีเดือนกุมภาพันธ์ ประจำเดือนมาช้า คือมาวันที่ 27 กุมพาพันธ์ลากยาวมาจนถึงวันที่ 4-5 มีนาคม และเดือนมีนาคม ประจำเดือนยังไม่มา จนถึงปัจจุบัน วันที่ 12 เมษายน ประจำเดือนก็ยังไม่มา แต่เมื่อวันที่ 6 เมษายน ได้ทำการตรวจการตั้งครรภ์แล้วขึ้น 1 ขีด แต่ในปัจจุบัน ยังมีการกินยาคุมกำเนิดปกติ อยากทราบว่า ในกรณีนี้มีการตั้งครรภ์หรือไม่คะ *** โดยในช่วงเดือนมกราคม ลากยาวมาถึง มีนาคมไม่มีการกินยาคุมกำเนิดแค่ใดๆ มีเพศสัมพันธ์ ครั้งสุดท้ายวันที่ 8 มีนาคม และเริ่มกินยาคุมกำเนิด เมื่อวันที่ 9 มีนาคม เม็ดแรก ค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ kkiee,

                         หากมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายวันที่ 8 มี.ค. แล้วได้เริ่มทานยาคุมกำเนิด (หลังจากที่หยุดทานไปตั้งแต่ ม.ค.) ในวันที่ 9 มี.ค. ยาคุมก็จะยังไม่สามารถออกฤทธิ์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ทันที ต้องรอไปอย่างน้อย 7 วันก่อน อย่างไรก็ตาม หากได้ตรวจหาการตั้งครรภ์ในวันที่ 6 เม.ย. แล้วพบขึ้นเพียง 1 ขีด ก็แสดงว่าไม่ได้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นค่ะ

                          การที่เริ่มทานยาคุมกำเนิดในวันที่ 9 มี.ค. ยาคุมก็น่าครบ 21 เม็ดในวันที่ 29 มี.ค. แล้วหลังจากนั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงเว้นระยะ 7 วัน ก็น่าจะมีประจำเดือนมา แต่หากในตอนนี้ยังไม่มา อาจต้องลองตรวจหาการตั้งครรภ์ดูอีกครั้งให้แน่ใจ หากยังคงตรวจไม่พบ ก็แสดงว่าไม่ได้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น และการที่ประจำเดือนไม่มา อาจเกิดจากผลของฮอร์โมนจากยา ที่ไปทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง จึงไม่มีเลือดออกมาก็ได้ โดยเฉพาะหากเป็นยาคุมชนิดที่มีฮอร์โมนต่ำค่ะ ซึ่งก็ไม่ได้อันตรายอะไร สามารถทานยาคุมแผงใหม่ต่อไปได้ หรือหากอยากให้ประจำเดือนมา ก็อาจต้องเปลี่ยนเป็นยี่ห้อที่มีปริมาณฮอร์โมนสูงขึ้นค่ะ

                            หรือหากกรณีที่ทานยาคุมจนครบ 21 เม็ด แล้วลืมเว้นระยะการทานยาคุมไป 7 วัน แล้วเริ่มทานแผงใหม่ต่อ ก็ย่อมทำให้ไม่มีประจำเดือนมาค่ะ