ถามแพทย์

  • อายุ 13 ปี ปวดแขนซ้าย ชา ไม่มีแรง เป็นเมื่อวาน และมีอาการหายใจไม่อิ่มมา 4 เดือน

  • ตอนแรกแค่ชาๆไม่มีแรงแต่ตอนนี้มีอาการปวดเป็นแค่แขนซ้ายด้วยครับ ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับอาการหายใจไม่อิ่มแน่นอกด้วยไหมหายใจไม่อิ่มเป็นมา4เดือนแล้วแต่อาการชาไม่มีแรงปวดแขนซ้ายเพิ่งเป็นเมือวาน
    ผมอายุแค่13ครับ

    สวัสดีค่ะ คุณ กฤติเดช นวลนิ่ม,

                       อาการปวดแขนซ้าย ชา ไม่มีแรง อาจเกิดจาก

                     - กล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บ เช่น จากการไปยกของหนัก ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่ใช้กล้ามเนื้อแขนมากไป หรือเกิดอุบัติเหตุถูกกระแทกบริเวณแขน เป็นต้น มักมีจุดกดเจ็บ ซึ่งอาจมีจุดเดียวหรือหลายจุดก็ได้ หากปวดมาก ก็อาจทำให้แขนไม่มีแรงได้ แต่ไม่น่ามีอาการชา

                      - เส้นประสาทส่วนคอถูกกด แต่มักพบในผู้สูงอายุ จากกระดูกสันหลังเสื่อมหรือหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม หรือเกิดจากมีก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งบริเวณไขสันหลัง โดยอาการปวดมักร้าวไปที่แขน ปวดแบบเรื้อรัง ไม่ได้เป็นแบบฉับพลันทันที และเมื่อเป็นมากขึ้น ก็จะมีอาการชาและแขนอ่อนแรงร่วมด้วย

                           - กล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บ เช่น จากการไปยกของหนัก ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่ใช้กล้ามเนื้อแขนมากไป หรือเกิดอุบัติเหตุถูกกระแทกบริเวณแขน เป็นต้น อาการจะเป็นแบบปวดเมื่อย และมีจุดกดเจ็บ ซึ่งอาจมีจุดเดียวหรือหลายจุดก็ได้

                          ในเบื้องต้น ควรงดการใช้งานกล้ามเนื้อแขนทำงานหนักต่างๆ งดการออกกำลังกายและเล่นกีฬา ใช้การประคบร้อนบริเวณที่ปวด  หากปวดมาก อาจทานยา เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดต่างๆ เช่น  ไดโลฟีแนค (diclofenac) ไพรอกซิแคม (piroxicam) เป็นต้น แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์ค่ะ

                          สำหรับอาการหายใจไม่อิ่มที่เป็นมานาน 4 เดือนแล้วนั้น อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น มีโรคต่างๆ ของปอด เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูง เป็นต้น มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ แต่ก็จะต้องมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย นอกจากนี้ อาจเกิดจากมีภาวะอ้วน สมรรถภาพร่างกายลดลงจากการไม่ค่อยออกกำลังกาย หรืออาจเกิดจากการมีความเครียด วิตกกังวล เป็นต้น

                         หากมีแค่เฉพาะอาการหายใจไม่อิ่ม ไม่ได้มีไข้ เหนื่อยหอบ ไอ น้ำหนักลด หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ก็ไม่น่าอันตรายอะไร แนะนำควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก ออกกำลังกายเป็นประจำ ลดความเครียดและวิตกกังวลที่มี เป็นต้น หากอาการเป็นมากขึ้น หรือมีอาการอื่นๆ ร่วม ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาค่ะ