ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

อดอาหารลดน้ำหนักได้จริงหรือ? ข้อควรรู้ในการอดอาหารให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ

อัปเดตล่าสุด 4 มิ.ย. 2565

หากพูดถึงการอดอาหาร (Fasting) ในสมัยก่อนอาจหมายถึงพฤติกรรมการงดกินอาหารทุกชนิดเป็นระยะเวลาหลายวัน เนื่องจากเหตุผลทางด้านศาสนา แต่ในปัจจุบันการอดอาหารเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยงดการกินอาหารเฉพาะบางช่วงเวลาในแต่ละวัน

แม้ว่ามีงานวิจัยบางชิ้นระบุว่า การอดอาหารอาจช่วยในการลดน้ำหนัก ควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ระดับความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด แต่การอดอาหารโดยไม่ศึกษาข้อมูลการอดอาหารที่ถูกต้องหรือเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ บทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการอดอาหารที่ถูกต้องและปลอดภัยต่อสุขภาพมาไว้ให้คุณแล้ว

อดอาหารลดน้ำหนักได้จริงหรือ? ข้อควรรู้ในการอดอาหารให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ

อดอาหารช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ ?

การอดอาหารเป็นหนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยม เนื่องจากทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้จริง เพราะในระยะแรกที่อดอาหารร่างกายจะปรับลดความรู้สึกอยากอาหารลง แต่การอดอาหารต่อเนื่องกันหลายชั่วโมงอาจยิ่งกระตุ้นความรู้สึกหิว และเมื่อกลับมากินอาหารตามปกติ จึงทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมในเวลาสั้น ๆ เพราะการอดอาหารเป็นเวลานานทำให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ ไขมันในร่างกายจึงยิ่งสะสม และทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่าย

นอกจากนี้การอดอาหารอาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) โดยปกติแล้ว ร่างกายจะเปลี่ยนอาหารที่เรากินให้เป็นน้ำตาลกลูโคส (Glucose) ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและนำไปใช้เป็นพลังงาน เมื่อร่างกายขาดน้ำตาลอาจทำให้เกิดอาการเหงื่อออกมาก ใจสั่น หิว และเป็นลม หากอดอาหารต่อไป อาจทำให้เกิดอาการสับสน ตาพร่า ชัก และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง ร่างกายจะสลายไกลโคเจน (Glycogen) ที่เก็บสะสมไว้ในตับและกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานสำรอง และเมื่อไกลโคเจนไม่เพียงพอ ร่างกายจะใช้ไขมันและกรดอะมิโน (Amino Acid) เป็นพลังงานทดแทน ซึ่งอาจทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ 

ยิ่งไปกว่านั้น การอดอาหารเป็นเวลานานอาจนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหาร (Malnutrition) การทำงานของตับและไตผิดปกติ และภาวะโลหิตจาง

วิธีอดอาหารที่ได้รับความนิยม

หลายคนอาจเคยได้ยินวิธีการอดอาหารด้วยการทำ IF (Intermittent Fasting) ซึ่งเป็นวิธีการอดอาหารที่รับประทานอาหารแบบเป็นช่วงเวลาผู้ที่ทำ IF สามารถกินอาหารได้ตามปกติสลับกับอดอาหารเป็นช่วงสั้น ๆ โดยช่วงที่อดอาหารจะนับรวมเวลานอนไปด้วย และผู้ทำ IF สามารถดื่มน้ำเปล่า ชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในช่วงที่อดอาหารได้ 

การทำ IF มีหลายรูปแบบ โดยรูปแบบที่ได้รับความนิยมคือ 16/8 ซึ่งหมายถึงการอดอาหาร 16 ชั่วโมง และรับประทานอาหารได้ในช่วง 8 ชั่วโมง หรือการอดอาหารแบบ 5:2 ซึ่งรับประทานอาหารแบบจำกัดพลังงานของอาหารให้อยู่ที่ 500–600 แคลอรี่/วัน โดยทำสัปดาห์ละ 2 วัน ส่วนวันอื่น ๆ สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ

นอกจากช่วยลดน้ำหนักแล้ว หลายคนเชื่อว่าการทำ IF อาจช่วยชะลอความเสื่อมตามวัย และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคเบาหวานชนิดที่ 2  อย่างไรก็ตาม การทำ IF อาจไม่เหมาะกับกลุ่มคนดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่วางแผนการมีบุตร กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคไต ความดันโลหิตต่ำ และภาวะขาดประจำเดือน (Amenorrhea)
  • ผู้มีความผิดปกติของการกินอาหาร (Eating Disorder) และผู้ที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
  • ผู้ที่มีภาวะความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือดและโรคเบาหวาน หากอดอาหาร อาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) และทำให้ร่างกายสร้างกรดคีโตน (Ketones) ขึ้นมาในปริมาณมาก จนอาจนำไปสู่ภาวะเลือดเป็นกรด (Diabetic Ketoacidosis) ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต มักพบในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1
  • ผู้ที่กินยารักษาโรคเบาหวาน หรือยารักษาโรคบางชนิด อย่างยาปฏิชีวนะ ซึ่งอาจต้องกินยาพร้อมอาหาร การอดอาหารจึงอาจส่งผลต่อการดูดซึมของยาได้
  • ผู้ที่กำลังพักฟื้นจากการเจ็บป่วยและการเข้ารับการผ่าตัด

อดอาหารอย่างไรให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ

การอดอาหารเป็นเวลาสั้น ๆ อาจไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายสำหรับคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรง อย่างไรก็ตาม การอดอาหารมีข้อควรระวังและข้อควรปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

  • ควรลดปริมาณการกินอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ทีละน้อย เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลก่อนเริ่มอดอาหารอย่างน้อย 2–3 วัน
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนการอดอาหาร หากมีภาวะหรือโรคประจำตัวหรือใช้ยารักษาโรคบางชนิด เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพและประสิทธิภาพของยา
  • เลือกวิธีการอดอาหารที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยคำนึงถึงสภาพร่างกายและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน และควรอดอาหารเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เพราะการอดอาหารติดต่อกันเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
  • หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เนื่องจากอาหารเหล่านี้มักทำให้รู้สึกอิ่มในช่วงสั้น ๆ ควรกินอาหารประเภทโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ธัญพืชขัดสีน้อย ถั่ว มันฝรั่ง และฟักทอง ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายและทำให้อยู่ท้องได้นานกว่า
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เนื่องจากขณะอดอาหารอาจทำให้รู้สึกกระหายน้ำบ่อยขึ้น ซึ่งเกิดจากร่างกายไม่ได้รับน้ำส่วนหนึ่งจากการกินอาหาร และควรดื่มน้ำมากขึ้นเมื่อเริ่มรู้สึกกระหายน้ำ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
  • ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น ทำงานบ้าน เดิน หรือเล่นโยคะ และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ใช้แรงมากเนื่องจากการอดอาหารอาจทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียได้ง่าย
  • หากรู้สึกหิวหรืออ่อนเพลียในช่วงที่อดอาหาร อาจกินอาหารว่างมื้อเล็ก ๆ โดยเลือกอาหารที่แคลอรี่ต่ำ เพื่อป้องกันการอ่อนเพลียและเป็นลมจากการอดอาหาร

การอดอาหารอาจช่วยในการลดน้ำหนักได้จริง แต่สิ่งสำคัญคือควรคำนึงถึงคือ  ไม่ควรอดอาหารติดต่อกันเป็นเวลานานและควรปรึกษาแพทย์ก่อนการอดอาหารเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งนี้หากมีอาการผิดปกติขณะอดอาหาร เช่น อ่อนเพลีย หมดแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ อาเจียน แสบร้อนกลางอกอย่างรุนแรง มีปัญหาในการนอนหลับ และรู้สึกความวิตกกังวล ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาต่อไป

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

ต้องการควบคุมน้ำหนักให้ลงอีก นอกจากปรับพฤติกรรมทานอาหารและออกกำลังกาย ควรทำอย่างไรอีกบ้าง

โดย chanasitt

เมื่อเดือนกันยายน ผมได้รับวินิจฉัย ว่าเป็นความดันโลหิตสูง มีน้ำหนักเกิน สูง 169 cm หนัก 71 kg. จึงได้ปรับพฤติกรรม ลดอาหาร พวกแป้ง น้ำตาล ของมัน และ ออกกำล้งกาย…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

พยายามลดน้ำหนักอยู่แต่ทำอย่างไรหน้าท้องก็ไม่ยุบ เป็นเพราะอะไร

โดย นิค สิพอ.

คือหนูออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนักงดของหวาน ของทอดก็กินบ้าง แล้วก็ทำifกินแค่8.00-15.00ประมาณนี้ทั้งไปวิ่ง ออกกำลังกายลดพุงตามวิดีโอที่สอนในยูทูป เล่นฮูลาฮูป30น/วัน กินก็น้อยลง…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 5 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ลักษณะหน้าท้องนูนแบบลงพุง เกิดจากอะไร

โดย บุหรี่ ไฟแช็ค

ลักษณะหน้าทองนูนเวลาแอ่นหลังเป็นยังไงครับผมน้ำหนัก87ลงพุงด้วย ที่ผมหมายถึงหน้าท้องนูนแบบไม่ได้เป็นก้อนน่ะ แต่หน้าท้องนูนแบบคน ลงพุงอะครับ มันเกิดจากอะไร แต่คลำแล้ว"ไม่มีก้อนๆครับ"…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 6 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม