ลดเหนียงอย่างไรให้ได้ผล

เหนียงหรือคางสองชั้น (Double Chin) คือ ไขมันใต้ชั้นผิวหนังที่ไปสะสมอยู่บริเวณใต้คาง ซึ่งทำให้หมดความมั่นใจได้ แต่ทั้งนี้ เหนียงสามารถกำจัดได้ด้วยวิธีลดเหนียงที่ถูกต้องและปลอดภัย

ลดเหนียง

เหนียงเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

โดยส่วนใหญ่แล้ว เหนียงมักเกิดจากการที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และมีไขมันไปสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คางสองชั้นอาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนอ้วนเพียงอย่างเดียว เนื่องจากปัจจัยที่ก่อให้เกิดเหนียงนั้นมีหลายอย่าง อาทิ พันธุกรรม หรือความหย่อนคล้อยของผิวหนัง หรือกล้ามเนื้อบริเวณใต้คาง เป็นต้น นอกจากนี้ คนที่มีคางเล็กกว่าปกติจะสามารถเห็นเหนียงที่หย่อนคล้อยลงมาได้มากกว่าคนทั่วไปอีกด้วย

ลดเหนียงทำได้อย่างไรบ้าง ?

หากเหนียงเกิดขึ้นจากน้ำหนักที่ตัวมากขึ้น วิธีลดเหนียงทำได้โดยการควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยลดน้ำหนักตัวโดยรวมและเผาผลาญไขมันสะสมบริเวณต่าง ๆ รวมทั้งใต้คางออกไปได้ ซึ่งทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

การออกกำลังกาย การออกกำลังกายช่วยกระชับผิวบริเวณใต้คางและเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ ซึ่งท่าที่เน้นในการการบริหารใต้คาง ได้แก่

 

  • ท่ายืดกราม เป็นท่าที่ช่วยยืดกล้ามเนื้อใต้คาง โดยวิธีฝึกคือ เงยหน้าขึ้นมองเพดาน แล้วพยายามยื่นกรามด้านล้างไปข้างหน้าให้มากที่สุดจนรู้สึกตึงที่ใต้คาง ค้างไว้แล้วนับ 1-10 จากนั้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น
  • ท่ายืดกรามล่าง เป็นท่าออกกำลังกายที่ช่วยยืดกล้ามเนื้อด้านล่างและด้านข้างคอ คล้ายกับท่าแรก แต่ท่านี้จะเพิ่มความท้าทายด้วยการเอียงศีรษะไปด้านขวา และค่อยยื่นกรามข้างล่างไปด้านหน้า นับ 5-10 แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น จากนั้นเปลี่ยนไปเอียงศีรษะด้านซ้าย ทำเป็นประจำจะช่วยให้เหนียงหายไปได้
  • ท่ายื่นปาก เป็นท่าออกกำลังกายคล้ายกับท่าแรก โดยเริ่มต้นจากการเงยหน้า แล้วทำปากเหมือนจูบ โดยยื่นปากออกไปให้มากที่สุดจนรู้สึกตึงที่ใต้คาง จากนั้นกลับสู่ท่าปกติ
  • ท่าแลบลิ้น เป็นท่าที่จะช่วยในการยืดกล้ามเนื้อบริเวณใต้คาง โดยเริ่มจากการหันหน้าตรงแล้วแลบลิ้นออกไปให้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นยกลิ้นขึ้นไปพยายามแตะจมูก แล้วค้างไว้ 10 วินาที แล้วกลับสู่ท่าปกติ
  • ท่ายืดคอ ท่านี้สามารถช่วยยืดกล้ามเนื้อบริเวณคอ  วิธีฝึกคือ เงยหน้าขึ้นมองเพดาน จากนั้นดันลิ้นชนกับเพดานปากแล้วค้างไว้ 5-10 วินาที แล้วคลายออก หากทำเป็นประจำจะช่วยลดไขมันส่วนเกินและผิวหนังที่หย่อนคล้อยบริเวณคอได้
  • ออกกำลังกายด้วยลูกบอล ในกรณีที่มีลูกบอลออกกำลังกายอยู่ที่บ้านก็สามารถนำมาใช้ออกกำลังกายได้ ด้วยการนำลูกบอลออกกำลังกายขนาดใหญ่วางกับพื้นแล้วใช้คางกดลูกบอลไว้ ทำทุกวัน วันละ 25 ครั้ง

การควบคุมอาหาร

นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การควบคุมอาหารนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยลดเหนียงได้ โดยปฏิบัติตามหลักต่อไปนี้

  • รับประทานผักผลไม้เป็นประจำทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากแป้งขาว
  • รับประทานธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีให้มากขึ้น
  • หลึกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมัน หันมารับประทานโปรตีนที่มีไขมันน้อย
  • หลีกเลี่ยงอาหารทอด และอาหารที่ผ่านการแปรรูป
  • ลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลลง
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันดีต่อสุขภาพ
  • ควบคุมปริมาณการบริโภคอาหารต่อมื้อ

ทั้งนี้ หากสามารถออกกำลังกายร่วมด้วยอย่างจริงจังก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อและผิวหนังบริเวณใต้คางกระชับมากขึ้นและทำให้คางสองชั้นหายไปได้

การรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ ในกรณีที่คางสองชั้นเกิดขึ้นจากพันธุกรรม หรือการออกกำลังกายและการควบคุมน้ำหนักให้ผลไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ อาจใช้วิธีการรักษาทางการแพทย์เพื่อช่วยกำจัดเหนียง หรือคางสองชั้นให้หมดไปอย่างมีประสิทธิภาพ วิธีที่นิยมใช้ได้แก่

  • การดูดไขมัน (Liposculpture) เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่ช่วยสลายไขมันส่วนเกินด้วยการใช้ความร้อน ก่อนจะดูดไขมันออกมาทางอุปกรณ์พิเศษ โดยก่อนดูดไขมัน จะต้องฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างการทำ ทั้งนี้การดูดไขมันจะทำได้เพียงสลายไขมันส่วนเกินเท่านั้น แต่ไม่สามารถกำจัดผิวหนังส่วนเกินที่เกิดจากการหย่อนคล้อยได้ นอกจากนี้ การดูดไขมันอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น อาการบวม รอยฟกช้ำ และอาการเจ็บปวดที่บริเวณแผล เป็นต้น
  • เมโสเทอราพี (Mesotherapy) เป็นวิธีการรักษาด้วยการฉีดสารละลายไขมันในปริมาณเล็กน้อยเข้าไปบริเวณใต้คางเพื่อสลายไขมัน และช่วยให้ร่างกายดูดซึมไขมันบริเวณดังกล่าว โดยสารที่ใช้ในการรักษาคือ กรดดีออกซีโคลิก (Deoxycholic Acid) และในการรักษาจะต้องฉีดทั้งหมด 20 เข็มขึ้นไป เป็นเวลา 6 ครั้งจึงจะช่วยให้การรักษาได้ผลชัดเจน ทว่าการใช้สารดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย และอาจทำให้เกิดอาการบวม รอยฟกช้ำ อาการเจ็บปวด อาการชา หรือเกิดรอยแดงบริเวณที่ฉีดสารนี้ได้
  • การผ่าตัดยกกระชับผิวหนังบริเวณใบหน้า (์Neck Lift) เป็นการผ่าตัดที่ช่วยยกกระชับผิวหนังบริเวณคอและกราม ช่วยกำจัดปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยใต้คางที่เป็นสาเหตุของเหนียงได้

ข้อควรระวังในการลดเหนียง

การลดเหนียงด้วยวิธีการออกกำลังกายและการควบคุมน้ำหนักเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลและปลอดภัยแต่ต้องอาจใช้เวลานาน ในขณะที่การรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์นั้นให้ผลที่ค่อนข้างเร็วแต่ก็มีความเสี่ยงที่ควรระวังโดยเฉพาะการรักษาแบบเมโสเทอราพี แม้สารที่ใช้ในการรักษาจะได้รับการรับรองว่าปลอดภัย แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้เกิดความเสียหายของเส้นประสาท เป็นสาเหตุของอาการบาดเจ็บในระยะยาวได้ นอกจากนี้ หากเป็นการผ่าตัดยกกระชับผิวหนังบริเวณใต้คาง ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องเข้าใจว่าผลของการผ่าตัดไม่สามารถอยู่ได้ตลอดไป เพราะหากอายุมากขึ้น หรือน้ำหนักตัวมากขึ้นก็อาจทำให้ปัญหาคางสองชั้นกลับมาได้เช่นกัน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการรักษา ควรปรึกษาแพทย์และสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจรักษา

วิธีป้องกันการเกิดเหนียง

วิธีที่ง่ายที่สุดในการป้องกันไม่ให้เกิดไขมันส่วนเกินสะสมบริเวณใต้คาง คือ การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งวิธีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการเกิดเหนียงได้เท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคร้ายแรงอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง หรือโรคหลอดเลือดสมอง

ในขณะที่บางคนมีสาเหตุการเกิดเหนียงจากพันธุกรรม อาจใช้วิธีออกกำลังกายและควบคุมอาหารได้ แต่อาจต้องใช้วิธีทางการแพทย์ช่วยด้วยเพื่อให้เหนียงลดลงได้เห็นผลชัดเจน