ประโยชน์ของชีส อร่อยดี มีคุณค่า

ชีส หนึ่งในผลิตภัณฑ์จากนมที่หลายคนมักคิดว่าเป็นอาหารที่ดูจะไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพสักเท่าไหร่ และสำหรับคนที่ควบคุมน้ำหนักอยู่นั้น ชีสเปรียบเหมือนศัตรูตัวฉกาจ เนื่องจากอุดมไปด้วยไขมันและโซเดียม ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ชีสมีประโยชน์กับสุขภาพมากจนคาดไม่ถึง

ประโยชน์ของชีส

การรับประทานชีสในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากมาย เพราะชีสแต่ละชนิดต่างมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น โฟเลต วิตามินเอ วิตามินดี โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่านมถึง 2 เท่า เลยทีเดียว และนี่คือประโยชน์ของชีสต่อสุขภาพที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย

บำรุงกระดูกให้แข็งแรง

ชีสเป็นอาหารที่ผลิตจากนม ดังนั้นเรื่องของแคลเซียมที่บำรุงกระดูกไม่ต้องพูดถึง เพราะชีสเชดด้าเพียง 100 กรัมก็มีปริมาณแคลเซียม ถึง 710 มิลลิกรัม ในขณะที่นมสด 1 แก้ว (244 กรัม) มีแคลเซียมเพียง 305 มิลลิกรัมเท่านั้น นอกจากนี้ ชีสยังอุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามินดี ที่ส่งผลดีต่อมวลกระดูก ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี

ป้องกันปัญหาฟันผุ

การวิจัยหนึ่งในประเทศฟินแลนด์ แสดงให้เห็นว่าการรับประทานชีสไม่เพียงแค่ช่วยให้ร่างกายได้รับแคลเซียมที่ดีกับกระดูกเท่านั้น แต่เชื้อแบคทีเรียบางชนิดอย่างโปรไบโอติดที่อยู่ในชีสยังช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดฟันผุได้อีกด้วย โดยในการทดลองกับอาสาสมัคร 74 คน ในช่วงอายุ 18-35 ปี พบว่าเมื่อรับประทานชีสปริมาณ 75 กรัมต่อวันแล้ว ปริมาณเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของฟันผุ และยีสต์ที่เป็นสาเหตุของปัญหาช่องปากลดลงอย่างมากจนทำให้ความเสี่ยงปัญหาสุขภาพช่องปากลดลง

ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน

การศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 2010 แสดงให้เห็นว่าการรับประทานชีสจะทำให้ร่างกายได้รับกรดไขมันทรานส์ปลามิโทเลอิก (Trans-palmitoleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์นม โดยกรดไขมันชนิดนี้สามารถลดความเสี่ยงโรคเบาหวานได้กว่า 60% ไม่เพียงเท่านั้น ชีสยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ระดับอินซูลิน ลดความเสี่ยงการอักเสบต่าง ๆ และเพิ่มความไวต่ออินซูลินได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะหากมากเกินไป จะทำให้ได้รับไขมันอิ่มตัวมากเกินไป

ช่วยในการลดน้ำหนัก

เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการรับประทานชีสแล้วอ้วนไปได้เลย เพราะจริง ๆ แล้วการรับประทานชีสไม่ได้ทำให้อ้วนเสมอไป ในทางตรงกันข้าม หากรับประทานปริมาณน้อยอย่างพอเหมาะก็จะช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย เนื่องจากไขมันที่ได้จากการรับประทานชีสทำให้อยู่ท้องนานขึ้น และไม่รู้สึกหิวบ่อย แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรรับประทานชีสที่ไขมันต่ำในรับประทานที่พอเหมาะกับอาหารที่ช่วยในการควบคุมอาหารอื่น ๆ ก็จะช่วยในการลดน้ำหนักมากขึ้น

ลดระดับคอเลสเตอรอล บำรุงหัวใจ

อีกหนึ่งประโยชน์ของชีสที่หลายคนอาจไม่ทราบคือชีสสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-Cholesterol) ได้ ทั้งนี้เป็นผลมาจากกรดไขมันบิวไทเรตนั้นมีบทบาทในการยับยั้งการสะสมไขมัน ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลลดลง หากจะให้ดีกับสุขภาพหัวใจมากขึ้น ขอแนะนำให้รับประทานบลูชีส (Blue Cheese) กับไวน์แดง เพราะนอกจากจะได้ประโยชน์จากชีสแล้ว ก็จะได้ประโยชน์จากสารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจไปด้วยในคราวเดียวกัน แต่ก็ต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะด้วยเช่นกัน

เลือกรับประทานชีสอย่างไรให้ดีกับสุขภาพ ?

เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากชีสได้อย่างเต็มที่ การเลือกรับประทานชีสให้เหมาะสมนั้นมีความสำคัญมาก  เพราะชีสนั้นอุดมไปด้วยเกลือ เนื่องจากในกรรมวิธีผลิตชีส จำเป็นจะต้องใช้เกลือเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ดังนั้นจึงควรเลือกชีสที่มีปริมาณเกลือน้อย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นชีสชนิดนิ่ม หลีกเลี่ยงชนิดชนิดแข็ง เช่น ชีสพาเมซาน โดยชีสที่ดีกับสุขภาพที่สุดควรเป็นชีสที่ทำสดใหม่ อาทิ คอตเทจชีส (Cottage Cheese) เพราะชีสชนิดนี้จะมีโปรตีนที่ดีกับสุขภาพในปริมาณมาก ทั้งนี้ควรรับประทานในปริมาณที่น้อย หรือรับประทานชีสคู่กับโปรตีนอย่างเนื้อไก่ หรืออาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น แอปเปิล บรอกโคลี หรือมะเขือเทศ ก็จะดีกับสุขภาพมากกว่าการรับประทานชีสเปล่า ๆ

ชีสอุดมไปด้วยคุณประโยชน์จริง ๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรับประทานอย่างพอดี เนื่องจากชีสทุกชนิดมีแคลอรี โซเดียม และไขมันสูง หากมัวแต่รับประทานเพลิน แทนที่จะได้สุขภาพดี อาจได้รอบเอวที่เพิ่มขึ้นแทนได้