ถามแพทย์

  • Hpv ใช้เวลากี่ปีคะถ้าเปลี่ยนเซลเป็นมะเร็ง

  •  แอล' เค
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะคุณหมอ เชื้อhpvที่ก่อมะเร็งเนี่ย มันจะถูกกำจัดหากร่างกายเราแข็งแรงใช่มั้ยคะ..แต่ถ้าเรายังมีอะไรกับผู้ชายที่มีเชื้อนี้มันจะหายได้อย่างไรคะ หนูแต่งงานมา6ปีกว่าค่ะ.(แต่งตอนอายุ19ปัจจุบัน25).หนูไม่เคยมีอะไรกับใครมาก่อน.ถ้าหากแฟนหนูมีเชื้อนี้จริง ซึ่งหนูไม่รู้ว่ามีไหม.. ถ้าเกิดว่ามีจริงๆร่างกายจะสามารถกำจัดได้ไหมคะ เพราะก็ยังมีอะไรกับคนที่มีเชื้อ..และเกิดถ้าหนูมีเชื้อhpv ก็6ปีกว่าตอนนี้มันมีโอกาสเป็นมะเร็งรึยังคะ ..กลัวมากเลยค่ะ มีเพศสัมพันแล้วมีเลือดออกนิดนึงค่ะ แค่พอเปื้อนกกน...ร่วมกับมีอาการแสบร้อนเวลาปัสสาวะ รู้สึกร้อนๆตรงอวัยวะเพศภายนอกด้วยค่ะ..บางทีก็มีอาการคันร่วมด้วย ..

    สวัสดีค่ะ คุณ แอล' เค,

                          การติดเชื้อ HPV (human papilloma virus) สายพันธ์ุชนิดที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกนั้น โดยส่วนใหญ่เมื่อติดแล้ว ร่างกายก็จะสามารถกำจัดเชื้อให้หมดไปได้ โดยเฉพาะหากเป็นการติดในช่วงอายุน้อย แต่หากเป็นการติดเชื้อในช่วงอายุที่มากขึ้น โอกาสที่เชื้อจะยังคงอยู่ ไม่หายไป ก็จะมีมากขึ้น และหากเชื้อไม่หายไป ก็จะมีโอกาสที่จะพัฒนากลายเป็นมะเร็งได้ แต่จะใช้เวลายาวนานประมาณ 10 ปีขึ้นไปค่ะ

                         ทั้งนี้ หากไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นมาก่อน ก็แสดงว่าน่าจะติดจากแฟนมาค่ะ ซึ่งหากแฟนไม่ได้ไปรับเชื้อมาเพิ่มอีก คือไม่ได้ไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่นต่อไปอีก เราก็จะไม่ติดเชื้อสายพันธ์ุอื่นมาเพิ่ม ดังนั้น หากร่างกายสามารถกำจัดเชื้อสายพันธ์ุที่ติดมาจากแฟนเราได้ แม้จะมีเพศสัมพันธ์ต่อไปอีก เราก็จะไม่ติดสายพันธ์ุนี้มาอีก และก็จะไม่เป็นมะเร็งปากมดลูกค่ะ แต่หากในกรณีที่แฟนได้ไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นอีก ก็อาจรับเชื้อสายพันธ์ุใหม่มา และเมื่อเรามีเพศสัมพันธ์กับแฟนอีก เราก็จะติดเชื้อสายพันธ์ใหม่ไป และทำให้โอกาสในการเป็นมะเร็งยังมีได้ค่ะ หรือในทางกลับกัน หากเราไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายอื่น ที่อาจมีเชื้อสายพันธ์ุอื่น เราก็จะรับเชื้อมาใหม่และมีโอกาสเป็นมะเร็งได้อยู่ค่ะ

                         ทั้งนี้ หากยังไม่เคยตรวจภายในและตรวจหามะเร็งปากมดลูกและเชื้อ HPV มาก่อน ก็ควรไปตรวจด้วยค่ะ เพราะการติดเชื้อ HPV ไม่ได้ทำให้เกิดอาการอะไรค่ะ

                         ส่วนการที่มีเพศสัมพันธ์แล้วมีเลือดออก แสบร้อนเวลาปัสสาวะ คันบางครั้ง ก็ไม่ใช่อาการเฉพาะของโรคมะเร็งปากมดลูกค่ะ แต่อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น มดลูกอักเสบ ติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ดังนั้น หากยังคงมีอาการอยู่ ก็ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อตรวจค่ะ