ถามแพทย์

  • ใช่มะเร้งมั้ยครับ

  •  แมน
    สมาชิก
    สวัสดัครับ เมื่อ สอง เดือนก่อน ผมได้ไปหาหมอ เพื่อตรวจ ดูก้อนที่ รักแร้ แล้วหมอให้ ยาฆ่าเชื้อมากิน ได้ 10 วัน แล้วก้อนนั้นยุบ ลง ผมก็กลับไป หมอปิดเคส แล้วหลังจากนั้น 2 อาทิตย ก้อนดังกล่าวได้กลับมาแต่คนละที่ แล้ว รพ. ก็ปิดอยู่ตอนนี้ ผมควรทำยังไงดีครับ แล้วมีโอกาสเปนมะเร็งมั้ยครีบ ผลเลือด cbc ปกติ อัลตราซาวไปแล้ว

    สวัสดีค่ะ คุณ แมน,

                        ก้อนที่รักแร้ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

                        1. เป็นฝีที่รักแร้ ซึ่งผิวหนังจะมีการบวมแดงและปวด หากฝีมีรูเปิด ก็อาจเห็นหนองไหลออกมา ทั้งนี้ หากเคยเป็นฝีมาแล้ว ก็ย่อมมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ถอนขน 

                        2. ต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งสาเหตุ เช่น มีแผลติดเชื้อที่บริเวณมือหรือแขน โรคแมวข่วน วัณโรคต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น แต่ก็จะต้องมีอาการอื่นๆ ตามแต่ละโรคร่วมด้วย

                           นอกจากนี้ ก็อาจเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งของเซลล์เม็ดสีที่กระจายมาที่ต่อมน้ำเหลือง หรือมเะเร็งของอวัยวะอื่นๆ ที่กระจายมา แต่ก้อนจะโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้มีลักษณะที่ยุบลงแล้วโตขึ้นมาอีก ร่วมกับมีอาการอื่นๆ อีก เช่น ไข้ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร เป็นต้น

                        3. เป็นเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนัง หากมีน้ำหนักขึ้น หรืออายุมากขึ้น ไขมันจะสะสมบริเวณใต้รักแร้มากขึ้นได้ อาจทำให้คลำแล้วรู้สึกเหมือนเป็นก้อนได้ 

                        4. ก้อนเนื้องอกต่างๆ ของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เช่น ก้อนไขมัน ก้อนซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง เป็นต้น แต่ก้อนจะเป็นอยู่ตลอด ไม่ได้ยุบหายไปแล้วเป็นใหม่  

                        หากได้เคยตรวจอัลตราซาวด์ไปแล้ว ไม่พบอะไรผิดปกติ ก็ไม่น่าใช่ก้อนเนื้องอก ทั้งนี้ หากมีอาการปวด เจ็บ บวม แดง ก็อาจเป็นฝีก็ได้ หรือหากมีบาดแผลที่ผิวหนังบริเวณแขนหรือมือ ก็อาจเป็นต่อมน้ำเหลืองที่โตก็ได้ หรือหากไม่มีอาการอะไร ก็อาจเป็นเนื้อเยื่อไขมันก็ได้

                         หากยังมีอาการใดๆ ผิดปกติ แนะนำควรสังเกตอาการไปก่อน ในเบื้องต้น ก็ไม่ควรไปกด นวดคลึงที่ก้อน แต่หากมีอาการอื่นๆ ผิดปกติ โดยเฉพาะมีไข้ มีเจ็บปวดที่ก้อน หรือก้อนโตขึ้นเรื่อยๆ แนะนำควรกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจต่อเพิ่มเติมค่ะ