
Apr 07, 2018 at 08:59 PM

Apr 07, 2018 at 08:59 PM

Apr 08, 2018 at 11:18 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Pongp,
อาการแสบและคันที่อวัยวะเศหญิง อาจเกิดจาก
1. การติดเชื้อราบริเวณผิวหนังของอวัยวะเพศภายนอก ซึ่งจะทำให้มีอาการแสบและคันมากได้ มักพบมีผื่นแดง หรือผิวหนังมีลักษณะบวมแดง หากมีการติดเชื้อราในช่องคลอดร่วมด้วย จะทำให้มีตกขาวมาก จับตัวเป็นก้อนลักษณะคล้ายแป้งเปียกหรือนมบูด และมีอาการแสบหรือคันภายในช่องคลอดด้วย
การติดเชื้อราในช่องคลอดหรืออวัยวะเพศภายนอก ไม่ได้ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่การมีเพศสัมพันธ์ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคได้
2. เริมที่อวัยวะเพศ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ติดจากเชื้อไวรัส Herpes simplex virus แต่จะเห็นตุ่มน้ำใส ซึ่งจะแตกและกลายเป็นแผลตามมา และทำให้มีอาการแสบร้อนหรือเจ็บปวดมาก หากเป็นครั้งแรกอาการจะเป็นอยู่นาน 2-4 สัปดาห์ บางรายอาจมีไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยคัว อ่อนเพลียร่วมด้วย หากเคยเป็นเริมมาแล้ว ก็จะกลับเป็นซ้ำๆ ได้อีกโดยไม่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์อีก เนื่องจากเชื้อจะอยู่ในรางกายของเราไปตลอดชีวิต โดยอัตราการเป็นซ้ำอาจถี่หรือห่างขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่ประมาณ 4-5 ปีจะกำเริบมา 1 ครั้ง
3. การแพ้ระคายเคืองต่อสารเคมีต่างๆ เช่น สบู่ น้ำหอม ผงซักฟอก รวมถึงถุงยางอนามัย แต่มักจะมีผื่นให้เห็นร่วมด้วย
หากเป็นหนองในแท้หรือหนองในเทียม (ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์) จะมีอาการตกขาวผิดปกติ ลักษณะเป็นหนองสีเหลืองหรือสีเขียว มีกลิ่นเหม็น ปัสสาวะแสบหรือขัดเมื่อปัสสาวะ ปัสสาวะขุ่น ปวดท้องน้อย
ดังนั้น หากไม่มีตกขาวที่ผิดปกติ ไม่มีปวดท้องน้อย ก็ไม่เกิดจากโรคหนองใน หากมีผื่นที่บริเวณอวัยวะเพศ อาจเกิดจากเชื้อรา เริม หรือผิวหนังมีอาการอักเสบจากการแพ้ ก็ได้ค่ะ แนะนำให้ลองสังเกตดูว่าน่าจะเข้ากันได้กับโรคใด เพราะการรักษาจะต่างกันค่ะ