ถามแพทย์

  • เป็นสิวยีสต์ ทายาคีโตโคนาโซลแล้วผิวไหม้

  •  earngggg_
    สมาชิก
    เป็นสิวยีสต์ที่หน้าผาก ทายาคีโตโคนาโซล แล้วตรงที่ทาผิวมันไหม้ คล้ำแววๆ ถ้าเจลว่านหางจระเข้หรือมอยเจอร์ไรเซอร์ ผิวจะหายไหม้มั้ยคะ หรือควรทาอะไรดีคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ earngggg_,

                         สิวยีสต์ หรือ สิวเชื้อรา เป็นผื่นที่มีลักษณะคล้ายสิวและมีสาเหตุเกิดจากเชื้อรา ในทางการแพทย์เรียกว่าเป็นรูขุมขนอักเสบจากเชื้อรา ซึ่งอาจพบร่วมกับสิวทั่วไปที่มีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือการติดเชื้อแบคทีเรียก็ได้ค่ะ

                         สิวยีสต์ ส่วนใหญ่มักเกิดที่ผิวหนังบริเวณหน้าอก แผ่นหลัง แต่สามารถพบได้ที่ไหล่ คอ และใบหน้า มีลักษณะเป็นผื่นเม็ดเล็กๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 มิลลิเมตร เกิดจากการที่เชื้อรามาลาสซีเซียเจริญเติบโตมากผิดปกติบริเวณรูขุมขน จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเป็นตุ่มแดง อาจมีตุ่มหนองร่วมด้วย มักมีอาการคัน โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนชื้น ช่วงที่ต้องทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายมากขึ้น 

                        การป้องกันการเกิดสิวยีสต์ ได้แก่  การล้างทำความสะอาดผิวหน้าและตัวให้สะอาดอยู่เสมอ สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่สามารถระบายอากาศได้ดี ใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่นจนเกิดการเสียดสีกับผิวหนัง หากเป็นคนเหงื่อเยอะ ควรซับเหงื่อบ่อยๆ หรืออาบน้ำบ่อยๆ ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหนังในกลุ่มที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน เป็นต้น

                         สำหรับการรักษา ในเบื้องต้น ก็ควรฟอกทำความสะอาดด้วยสบู่ฆ่าเชื้อเวลาอาบน้ำ ไม่ใช้หินหรือใยขัดตัว ควรฟอกเบาๆ ไม่ใช้เล็บไปแกะหรือเขี่ย หากเป็นมาก อาจใช้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อราแบบทา ซึ่งควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ หากไม่ดี แพทย์ก็จะพิจารณให้ยาทานรักษาต่อไปค่ะ

                         ทั้งนี้ หากทาแล้ว ตุ่มที่แดงอักเสบ ไม่มีการบวมนูน ไม่มีสีแดง ไม่มีหัวสีขาวที่เป็นหนอง ไม่คัน ก็แสดงว่าตอบสนองต่อการรักษา ส่วนการมีรอยดำตามมา ไม่ได้ถือว่าเป็นรอยไหม้หรือผิดปกติอะไร แต่เกิดจากผิวหนังบริเวณนั้นมีการผลิตเม็ดสีเพิ่มขึ้น ตามหลังการอักเสบของผิวหนัง ซึ่งรอยดำดังกล่าจะค่อยๆจางลงจนหายไปได้เองค่ะ และไม่จำเป็นต้องทายาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อต่อ ทั้งนี้ อาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดรอยดำต่างๆ มาทา เช่น กรดผลไม้ (AHA), กรดซาลิไซลิก (BHA) วิตามินซี อาร์บูติน เป็นต้น ซึ่งอาจช่วยให้จางเร็วขึ้นได้ค่ะ

                        แต่หากตุ่มยังไม่ยุบนูน ตุ่มยังมีสีแดง หรือมีอาการแสบ ลอกของผิวหนัง ก็ควรหยุดการทายาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อราที่ใช้อยู่ และไปพบแพทย์เพื่อตรวจค่ะ เพราะอาจไม่ใช่สิวยีสต์ก็ได้ค่ะ