ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad

ผมตรวจพบว่าเป็นเบาหวาน มีอาการชา และมีปัญหาเรื่องริดสีดวงทวาร ตอนนี้ทานหญ้าหวานอยู่ครับ

Noppadolสมาชิก

Jul 03, 2018 at 11:38 PM

ผมเพิ่งตรวจพบว่าเป็นเบาหวานครับ น้ำตาลรวม 11.4% น้ำตาลสูง 220 ครับ ไตทำงานได้ 71% คำถามคือ 

1. ผมจะเป็นตะคริวที่บริเวณเท้า และน่องทั้งสองข้างเกือบทุกเช้าที่เพิ่งตื่นนอน พอลุกขึ้นยืนทำโน่น นี่สักพักอาการก็จะหายไปครับ เกี่ยวกับโรคที่ผมเป็นมั้ยครับ 

2. ผมมีอาการริดสีดวงทวารกำเริบในช่วงนี้ ตลอดเวลาที่ ปวด และแสบที่บริเวณริดสีดวง ผมจะมีอาการปัสสาวะแสบ และขัดตามไปด้วย คล้ายๆกับเหมือนมันปวด แสบร้าวไปถึงกัน แต่พอวันที่อาการริดสีดวงดีขึ้น ปัสสาวะก็จะไม่แสบ หรือขัดตามไปด้วย ไม่ทราบว่าอาการปัสสาวะดังกล่าวมันเนื่องมาจากโรคที่ผมเป็น หรือเกี่ยวข้องกับริดสีดวงของผม หรืออะไรกันแน่ครับ

รบกวนคุณหมอด้วยครับ ขอบคุณครับ

Noppadolสมาชิก

Jul 03, 2018 at 11:46 PM

Noppadol
Jul 03, 2018 at 11:38 PM

ผมเพิ่งตรวจพบว่าเป็นเบาหวานครับ น้ำตาลรวม 11.4% น้ำตาลสูง 220 ครับ ไตทำงานได้ 71% คำถามคือ 

1. ผมจะเป็นตะคริวที่บริเวณเท้า และน่องทั้งสองข้างเกือบทุกเช้าที่เพิ่งตื่นนอน พอลุกขึ้นยืนทำโน่น นี่สักพักอาการก็จะหายไปครับ เกี่ยวกับโรคที่ผมเป็นมั้ยครับ 

2. ผมมีอาการริดสีดวงทวารกำเริบในช่วงนี้ ตลอดเวลาที่ ปวด และแสบที่บริเวณริดสีดวง ผมจะมีอาการปัสสาวะแสบ และขัดตามไปด้วย คล้ายๆกับเหมือนมันปวด แสบร้าวไปถึงกัน แต่พอวันที่อาการริดสีดวงดีขึ้น ปัสสาวะก็จะไม่แสบ หรือขัดตามไปด้วย ไม่ทราบว่าอาการปัสสาวะดังกล่าวมันเนื่องมาจากโรคที่ผมเป็น หรือเกี่ยวข้องกับริดสีดวงของผม หรืออะไรกันแน่ครับ

3. ผมดื่มน้ำหญ้าหวานทุกวัน รวมๆ ราว 0.5 - 1 ลิตร  คุณหมอทีดูแลโรคของผมแนะนำให้ทานครับ และผมไปอ่านพบงานวิจัยในกลุ่มคนเล็กๆว่าหญ้าหวาน นอกจากจะไม่เพิ่มน้ำตาลในกระแสเลือดแล้ว ยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย ไม่ทราบว่าผลวิจัยนี้ เชื่อถือได้มั้ยครับ และปริมาณที่ผมดื่มต่อวัน มากน้อยเกินไปหรือไม่ครับ

รบกวนคุณหมอด้วยครับ ขอบคุณครับ

Noppadolสมาชิก

Jul 03, 2018 at 11:52 PM

ลืมข้อ 3. ครับ

คือคุณหมอที่ดูแลโรคเบาหวาน แนะนำให้ผมทานหญ้าหวาน โดยเลิกทานน้ำตาลโดยเฉพาะน้ำตาลทรายครับ ผมเลยดื่มน้ำหญ้าหวานวันละประมาณ 0.5-1 ลิตร (พอดีได้อ่านพบผลวิจัยในกลุ่มเล็กๆ ที่พบว่าหญ้าหวานนอกจากไม่เพิ่มน้ำตาลในกระแสเลือดแล้ว ยังสามารถลดปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือดได้อีกด้วย ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ อย่างไร ครับ โดยเฉพาะด้วยปริมาณที่ผมดื่มต่อวัน ครับ

ขอบคุณคุณหมอมากครับ

แพทย์หญิงปิติพร เวชอัศดร แพทย์

Jul 04, 2018 at 10:23 AM

 สวัสดีคะคุณ noppadol

 เรียนอย่างนี้ค่ะ เบาหวานที่คุณเป็นน่าจะเป็นเบาหวานประเภทที่สองค่ะ เกิดเนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถที่หลั่งอินซูลินออกมาในกระแสเลือดเพื่อเก็บน้ำตาลเข้าไปในเซลล์ได้ค่ะ

ทำให้มีน้ำตาลในกระแสดเลือดมากค่ะ 

ทำให้ร่างกายเหมือนขาดน้ำตาลซื้อเป็นแหละพลังงานอันดับหนึ่งของร่างกายทำให้มีความรู้สึกก่อนเพลียค่ะ

การใช้ยาปัจจุบันมียาหลายกลุ่มที่ใช้ค่ะ 

ยาที่แนะนำใช้ตัวเแรกๆ คือ ยา Metformin ยากลุ่มนั้สามารถที่จะช่วยในการเก็บน้ำตาลได้ค่ะ ผลข้างเคียงคืออาจจะทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน แต่ดีอย่างหนึ่งคือ ทำให้น้ำหนักลดได้ค่ะ

ยาตัวต่อไปคือ Glipizide ซึ่งเป็นยาก่อนอาหารค่ะ

และยากินตัวใหม่ๆ ออกมาด้วยค่ะ

ถ้ากินยาแล้วไม่สามรถควบคุมน้ำตาลได้ จะแนะนำการฉีดอินซูลินคะ ซึ่งก็มีหลายประเภท แพทย์จะเลือกให้เหมาะสมกับเรื่องของการขึ้นลงของน้ำตาลในร่างกายและอาหารที่คุณรับประทานเข้าไปค่ะ

ส่วนเรื่องอาการของเบาหวาน จะทำให้มีเรื่องของเส้นประสาทส่วนปลายอักเสบ ทำให้มีอาการชา หรือไม่มีรู้สึกได้ค่ะ เกิดจากการตีบหรือเส้นเลือดด้วยค่ะ 

ดังนั้นในคนไข้เบาหวานจะต้องได้รับการตรวจดังนี้หลังวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานค่ะ

  1. ตรวจตา
  2. ตรวจไต
  3. ตรวจเท้า

แนะนำตรวจเท่าเองที่บ้านทุกวันค่ะ แนะนำเรื่องการสวมรองเท้าที่ไม่แน่นเกินไปค่ะ

ส่วนเรื่องริดสีดวงทวารถ้ามีอาการปวด หรือ อักเสบแนะนำพบแพทย์ เพื่อที่จะรักษา ตอนนี้มียาช่วยค่ะ และระวังไม่ให้ท้องผูกค่ะ

ส่วนเรื่องหญ้าหวาน หรือ  Stevia rebaudiana (Bertoni) 

ต้องเรียนอย่างนี้ค่ะ คือ หญ้าหวาน ที่ได้ชื่อว่าหญ้าหวานเนื่องจากตัวพืชเองมีความหวานกว่าน้ำตาล 200-300 เท่าค่ะ ทำให้ในบางคนใช้แทนการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลค่ะ

โดยค่าสูงสุดที่กินได้อย่างปลอดภัยคือ 7,938 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสูงมากถ้าเทียบกับการผสมในเครื่องดื่มหรือกาแฟถึง 73 ถ้วยต่อวัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะคนส่วนใหญ่กินกันประมาณ 2-3 ก็ถือว่ามากเพียงพอต่อวันแล้ว ซึ่งการใช้หญ้าหวานอย่างปลอดภัย คือ ประมาณ 1-2 ใบต่อเครื่องดื่ม 1 ถ้วย ถือเป็นปริมาณที่เหมาะสมและไม่หวานมากจนเกินไป

สรรพคุณของหญ้าหวาน

  1. สมุนไพรหญ้าหวานช่วยเพิ่มกำลังวังชา
  2. ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น
  3. ช่วยในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  4. ช่วยลดไขมันในเลือดสูง
  5. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน
  6. ช่วยบำรุงตับ
  7. ช่วยสมานแผลทั้งภายในและภายนอก

แต่อย่างไรก็ตามหมอแนะนำให้คุณปรึกษแพทย์เจ้าของไข้ก่อนรับประทานสมุนไพรค่ะ 

เนื่องจากการกินอาจจะต้องกินให้เหมาะสมกับน้ำหนักของร่างกายค่ะ

Noppadolสมาชิก

Jul 04, 2018 at 01:40 PM

ขอขอบพระคุณ คุณหมอปิติพร เวชอัสดร มากเลยครับ

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม