ถามแพทย์

  • หากเราวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะที่แมวอยู่ แล้วโต๊ะนั้นอาจจะมีน้ำลายแมว แล้ว เราหยิบโทรศัพ

  •  hahahitsfunny
    สมาชิก

    รบกวนสอบถามคุณหมอหน่อยครับ

    หากเราวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะที่แมวอยู่ แล้วโต๊ะนั้นอาจจะมีน้ำลายแมว แล้วทีนี้หลังจากนั้นสักพัก เราหยิบโทรศัพท์มาเล่นพร้อมกับหยิบขนมกินเข้าปากด้วย เราเสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้าไหมครับ 

    รบกวนถามเพิ่มอีกนิด ผมได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามาแล้ว 

    เดือนเมษายน ฉีดครบ 3 เข็ม

    กรกฎาคม ฉีดกระตุ้น 1 เข็ม

    1 สิงหา ฉีดเพิ่ม 1 เข็ม

    3 สิงหา ฉีดเพิ่ม 1 เข็ม

    7 สิงหา ฉีดเพิ่ม 1 เข็ม

    14 สิงหา ฉีดเพิ่ม 1 เข็ม

    30 สิงหา ฉีดเพิ่ม 1 เข็ม

    รวมทั้งหมด 9 เข็ม

    อยากถามว่าการฉีดลักษณะนี้ ภูมิคุ้มกันเราอยู่ได้นานแค่ไหนครับ จนถึงตอนนี้ผ่านไปหลังจากฉีดเข็มสุดท้าย ยังไม่ถึง 1 เดือน ภูมิคุ้มกันของผมยังสูงอยู่ไหมครับ ผมนอนดึกบ่อย พักผ่อนน้อย มีผลต่อภูมิคุ้มกันไหมครับ 

    ขอบคุณครับ 

    สวัสดีค่ะ คุณ hahahitsfunny,

                       การที่วางโทรศัพท์บนโต๊ะที่อาจมีน้ำลายเแมว แล้วหยิบโทรศัพท์ ต่อมาได้หยิบขนมกินต่อ ไม่ได้ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อพิษสุนัขบ้าค่ะ ดังนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าแต่อย่างใดค่ะ

                        ส่วนการที่เคยฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าครบ 3  เข็ม เมื่อ เม.ย. 64 และได้ฉีดกระตุ้นไปหลายครั้ง ร่างกายก็จะมีภูมิคุ้มกันสูงเพียงพอในการป้องกันการเกิดโรคไปได้นานประมาณ 1 ปีค่ะ

                         สำหรับการที่นอนดึก พักผ่อนน้อย ไม่ได้มีผลทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงไปค่ะ

                         โดยปกติ เมื่อฉีดวัคซีนครบ 3 เข็มแล้ว และได้ฉีดกระตุ้นไปในปีเดียวกันนั้น ร่างกายก็จะมีภูมิคุ้มกันสูงเพียงพอในการป้องกันโรคไปได้นานประมาณ 1 ปีนับจากเข็มที่กระตุ้นสุดท้าย ดังนั้น ในช่วง 1 ปีนับจากวันที่ 30 ส.ค. หากโดนสัตว์กัดหรือข่วนอีก ก็ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนอีก และให้ไปฉีดกระตุ้นอีก 1 เข็มที่ 1 ปี หลังจากนั้นก็กระตุ้นทุกๆ 2-3 ปี ร่างกายก็จะมีภูมิคุ้มกันที่สูงไปตลอด และไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นในระหว่างนั้นเมื่อโดนสัตว์กัดหรือข่วนค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว สัตวแพทย์หรือผู้ที่ต้องทำงานอยู่กับสัตว์ก็ต้องฉีดกระตุ้นแทบทุกวันค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้ว ก็เพียงแค่ฉีดกระตุ้นทุก 2-3 ปี หรืออาจ 5 ปีก็ได้ ขึ้นอยู่กับการระบาดค่ะ การฉีดบ่อยไป เราก็จะได้รับการกระตุ้นบ่อยเกินไป อาจเกิดอาการจากปฏิกิริยาจากการกระตุ้นบ่อยๆ ได้ค่ะ