ถามแพทย์

  • สอบถามเรื่องเบาหวานค่ะ

  •  siriwan
    สมาชิก

    เข้า รพ. รักษาเบาหวานตั้งแต่ ก.ค. 2559 อาการเริ่มแรกคือ ชานิ้วโป้งเท้าด้านขวา พอไปเจาะเลือดเจอน้ำตาลเกิน คอเรสเตอร์รอลเกิน ไตรกรีเซอร์ไลเกิน หลังจากนั้นหมอก็ให้ยาลดเบาหวาน และลดคอเรสเตอร์รอล กับ วิตB มาทาน พอทานได้สักสองสามเดือน น้ำตาลจาก 384 เหลือ 140 ทุกอย่างลดหมด แต่สงสัยว่าทำไมยิ่งรักษาอาการยิ่งแย่ คือจากชาแค่นิ้วโป้งเท้า กลายเป็นชาทั้งเท้า และก็เป็นทั้งสองข้างเลยค่ะ ที่สำคัญคือ ทำไมมีอาการปวดแสบปวดร้อนที่เท้าเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกคะ แล้วอาการปวดแสบปวดร้อนนี้จะหายไหมคะ ถ้าเรารักษาระดับน้ำตาลให้ดีขึ้น ตอนนี้แค่ต้องการไม่ให้มันมีอาการปวดแสบปวดร้อนก็พอค่ะ

    ขอบคุณมากค่ะ

    สวัสดีค่ะคุณ Siriwan 

    อาการชาปลายเท้าเป็นหนึ่งในอาการของโรคเบาหวาน แต่ก็ยังเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีก เช่น ความผิดปกติของเส้นประสาทจากการอักเสบหรือการกดทับ ขาดสารอาหารวิตามิน แอลกอฮอล์ การติดเชื้อบางชนิด ยาบางชนิด ได้รับเคมีบำบัดหรือฉายแสง การบาดเจ็บจากการกระแทก โรคภูมิต้านเนื้อเยื่อตนเอง

    อาการชาปลายมือปลายเท้าที่เกิดจากเบาหวานเกิดจากเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะบริเวณนั้นได้น้อยลง ร่วมกับมีภาวะอักเสบที่เส้นประสาท ถ้าเกิดการอักเสบไม่มาก เมื่อคุมเบาหวานได้ดีก็มีโอกาสที่อาการชาจะดีขึ้นได้ค่ะ โดยแพทย์จะประเมิณว่าภาวะเบาหวานดีขึ้นหรือไม่ จากการตรวจเลือดทั้งที่เป็นแบบประเมิณน้ำตาลในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา และแบบที่ประเมิณน้ำตาลในระยะ 3 เดือน(HbA1c) ค่ะ ดังนั้นในกรณีของคุณSiriwan อาจจะต้องทราบผลการตรวจเลือดทั้งสองแบบเพื่อช่วยประเมิณภาวะเบาหวานค่ะ และหากทานอาหารที่เป็นประโยชน์เพียงพอและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่นแล้วตามข้างต้นยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้ให้การรักษาเพิ่มเติมนะคะ

    อ่านต่อได้ที่ เบาหวาน