ถามแพทย์

  • บิดามีอาการไอ ไข้ หน้าบวม มีต่อมน้ำเหลืองโต เกิดจากอะไร

  •  Madana Nadear
    สมาชิก

    คุณพ่อมีอาการไอ ไข้เล็กน้อย หน้าบวม เปนเวลาสองเกือบ 10วัน เลยไปหาหมอตัวเอง หมอเลยให้นอน รพ เพื่อดูอาการ เพราะมีฝ้าตรงท่อมซิล ทั้งสองข้าง ซึ่งคุณหมอกลัวว่าคุณพ่อจะเป็นคอตีบ เพราะแถวชุมชน บางที โรคคอตีบกำลังระบาด  ในระหว่างการรักษาตัวและรอผลที่หมอส่งไปตรวจ  เป็นเวลา 3วัน คุณพ่อไม่มีไข้ หน้าที่บวมก็ค่อยๆลดลง หมอแจ้งผลที่ออกว่าเป็นคออักเสบ เลยกลับบ้าน แต่ไม่สบายตรงต่อมที่บวมเลยพาไปหาหมอ เฉพาะทาง หู คอ จมูก ค่ะ

    ครั้งที่ 1 คุณพ่อมีต่อมน้ำเหลืองโต อ่อนเพลีย และมีฝ้าขาวๆตรงท่อมซิลทั้งสองข้าง แต่ได้พาคุณพ่อไปพบหมอ และมีการเจาะ ต่อม และเจาะเลือดไป เเละได้รับยาฆ่าเชื้อ เเละคุณพ่อทาน ก็ลดลงไปเยอะ 

    ครั้งที่ 2 หมอนัดฟังผล ผลวินิจฉัย ออกมา มีไวรัส ebv และ ไม่มีเซลมะเร็งนะครับ เพราะค่อนข้างกังวลมาก และคุณหมอได้ให้ยาฆ่าเชื้อเพิ่ม ต่อมลดลงและไม่กลับมาบวมเพิ่ม  แต่ก็ยังคงบวมอยุ่เล็กน้อย เหมือนถั่วลิสง คุณหมอแจ้งว่ามันจะค่อยๆหายไปเอง เพราะด้วยอายุของคุณพ่อด้วย 

    ครั้งที่ 3 มาพบหมอตามนัด หมอก้อจับตรงคอ คุณพ่อ ต่อมลดลงมาก คุณหมอเลยให้คุณพ่ออ้าปาก เพราะต้องการดูท่อมซิลว่าลดลงไหม คุณหมอเห็น เหมือนก้อนๆๆเนื้อ เลยขอตัดชิ้นเนื้อไปตรวจอย่างละเอียด หมอนัด 13/01/21 มาลุ้นกันต่อ ว่าแกจะเป็นมะเร็งไหม กลัวมากก

    ในระหว่างที่อยุ่ที่บ้าน คุณพ่อมักมีอาการหนาวสั่นมาก แต่ไม่มีไข้ มักจะเป็นตอนดึก ทุกวัน แต่พอหายจากอาการหนาวสั่น มีเหงือออกนิสหน่อย และอาการก็ปกติทั่วไป  จนมาวันนี้ 12/01/21 พี่ชายบอกว่าเมื่อคืนไม่มีหนาวสั่น แต่เช้า มีไข้ตัวร้อน และมีผื่นแดงเล็กน้อย หลังจากที่คุณแม่ให้ทานยาลดไข้ สักพักก้อมีผื่นขึ้นตามตัวค่ะ  คุณพ่อจะเป็นไรมากไหมค่ะหมอ ตอนนี้ ลูกๆงง ไปหมดแล้ว ค่ะ 

     

    Madana Nadear  พญ.นรมน
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณMadana Nadear

    อาการไอ ไข้ หน้าบวม มีต่อมน้ำเหลืองโตดังกล่าวมา อาจจะเกิดจาก การมีต่อมน้ำเหลืองโตหรืออักเสบจากตัวต่อมน้ำเหลืองเอง หรือจากการติดเชื้อที่บริเวณรอบๆในหู คอ จมูก เช่นการติดเชื้อในต่อมทอนซิล การติดเชื้อใดๆภายในช่องปาก หรือหากไม่ใช่กลุ่มการติดเชื้อ ก็จะเป็นเรื่องของเนื้องอกในต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือมะเร็งจากตำแหน่งอื่นๆของร่างกายแล้วลุกลามมาที่ต่อมน้ำเหลือง การติดเชื้อวัณโรคต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น

    ซึ่งจากที่กล่าวมานั้น ยังสามารถเป็นได้ทั้งกลุ่มการติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ กรณีไม่สามารถให้การวินิจฉัยที่แน่ชัดจากการตรวจร่างกายได้ อาจจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อจากต่อมน้ำเหลืองที่โตไปตรวจเพิ่มเติมด้วย

    แนะนำการกลับไปติดตามอาการกับแพทย์อย่างต่อเนื่อง และกินยาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์สั่งจนครบ หากได้รับยาฆ่าเชื้อจนครบแล้วยังมีอาการ อาจจะทำให้นึกถึงเรื่องการมีเนื้องอกหรือมะเร็งได้มากขึ้น แต่ยังไม่ต้องกังวลมากจนเกินไป เพราะการติดเชื้อก็มีหลายประเภท และบางประเภทอาจใช้เวลานานในการรักษาได้