ถามแพทย์

  • ยาที่ใช้รักษา

  •  Pizzy
    สมาชิก

    สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามคุณหมอนะคะ มี 2 คำถามค่ะ

    1. พอดีว่าหนูมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหลข้างเดียว น้ำมูกใส ไม่มีไข้ ไม่เจ็บคอ หนูต้องใช้ยาอะไรหรอคะ 

    2. พี่หนูมีอาการคันแถวๆช่องคลอดน่ะค่ะ แต่ตกขาวสีปกติ ไม่มีกลิ่นนะคะ พี่หนูติดเชื้อมั้ยคะ แล้วต้องใช้ยาอะไรหรอคะ

    ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ

    สวัสดีค่ะ คุณ Pizzy,

                         1. อาการคัดจมูก มีน้ำมูกไหล อาจเกิดจาก

                              - ไข้หวัด ซึ่งอาจมีอาการอื่นๆ อีก ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ ปวดหัว ปวดเมื่อยตัว เป็นต้น มักหา

                              - ภูมิแพ้อากาศ เกิดจากการแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ นอกจากมีอาการมีน้ำมูกและคัดจมูกแล้ว อาจมีอาการคันตา คันจมูก เพดานปาก และลำคอเป็นประจำ จมูกอาจได้กลิ่นลดลง อาการจะเป็นแบบเรื้อรังต่อเนื่อง โดยมีช่วงที่ดีขึ้นสลับกับช่วงอาการกำเริบ

                              - ไซนัสอักเสบแบบกึ่งเฉียบพลันหรือเรื้อรัง มักจะทำให้มีคัดจมูกและน้ำมูก แต่น้ำมูกจะเป็นสีเขียวหรือสีเหลืองข้น การรับกลิ่นไม่ดี และมีอาการปวดบริเวณไซนัส ได้แก่ โหนกแก้ม หน้าผาก จมูกตรงระหว่างคิ้ว และหัวตา ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น เป็นต้น

                             ในเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นอะไร หากมีน้ำมูกมาก อาจใช้วิธีล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ หรือทานยาลดน้ำมูก เช่น chlorpheniramine (CPM), cetirizine (เซทิริซีน), loratadine (ลอราทาดีน) เป็นต้น หลีกเลี่ยงการโดนอากาศเย็น ไม่โดนลม ไม่ดื่มน้ำเย็น หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ที่สูบบุหรี่ และที่ที่มีฝุ่นละอองมาก ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น หากอาการเป็นต่อเนื่องนาน หรือเป็นๆ หายๆ แบบเรื้อรัง ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ

                           2. อาการคันบริเวณช่องคลอด อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

                                - การติดเชื้อราในช่องคลอด แต่นอกจากมีอาการคันแล้ว มักมีตกขาวที่ผิดปกติด้วย คือมีตกขาวมีปริมาณมาก มีสีขาวขุ่นจับตัวเป็นก้อนคล้ายแป้งเปียก บริเวณอวัยวะเพศภายนอกอาจเกิดเป็นผื่นสีแดง และอาจมีอาการเจ็บแสบเวลาปัสสาวะ

                               -  การระคายเคืองหรือแพ้สัมผัสจากสารเคมีต่างๆ เช่น อาจแพ้ผงซักฟอก  หรือน้ำยาที่ใช้ซักกางเกงใน แพ้น้ำยาปรับผ้านุ่ม แพ้ผ้าอนามัย แพ้แป้งที่นำมาทาบริเวณอวัยวะเพศภายนอก แพ้เนื้อผ้ากางเกงใน เป็นต้น

                               - การเปียกชื้นบริเวณอวัยวะเพศเช่น ชุดชั้นในรัดมากเกินไป ไม่ระบายอากาศ หรือมีเหงื่อออกมาก

                              - มีโรคหูดบริเวณอวัยวะเพศ โดยจะเห็นติ่งหรือตุ่มก้อนเนื้อสีชมพู

                              - มีเหาที่ขนอวัยวะเพศหรือโลน แต่จะคันอวัยวะเพศภายนอกมากกว่าในช่องคลอด

                            หากตกขาวปกติดี ไม่มีกลิ่นเหม็น ก็ไม่น่าเกิดจากการติดเชื้อราในช่องคลอด ดังนั้น ในเบื้องต้น ให้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งต่างๆ ที่อาจทำให้แพ้หรือระคายเคือง ไม่ล้างอวัยวะเพศภายนอกและสวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำยา ให้ใช้เพียงน้ำเปล่าก็พอ งดการทา แป้ง โลชั่น หรือใส่น้ำหอมบริเวณอวัยวะเพศ พยายามอย่าให้ช่องคลอดเปียกชื้น ควรใส่กางเกงชั้นในที่เป็นผ้าระบายอากาศได้ดี ไม่รัดแน่นจนเกินไป เป็นต้น ทั้งนี้ หากทานยาลดน้ำมูกดังที่กล่าวไป ก็จะช่วยลดอาการคันได้ด้วยค่ะ แต่หากอาการคันยังไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ